Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

คลิก!หาสาเหตุ กระทรวงศึกษาฯในยุคไร้เงา “ผู้แทนครู”

คลิก!หาสาเหตุ กระทรวงศึกษาฯในยุคไร้เงา “ผู้แทนครู”

จับกระแสข่าวเด่น ณ วันนี้ เรียกได้ว่าบทบาทองค์กรครู ผู้แทนครู ที่ส่งผลต่อกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แทบจะมองไม่เห็น ซึ่งตรงกันข้ามกับบรรยากาศในอดีต ในยุคของนักการเมืองแทบทุกสมัย จะเห็นเงาของบรรดาผู้แทนครู องค์กรครูปรากฏไปทั่ว ทั้งในรั้วและนอกรั้ววังจันทรเกษม

อันเนื่องมาจากการถูกลดทอนอำนาจที่มีอยู่ในองค์กร หน่วยงานต่างๆ ใน ศธ.เกือบจะหมดสิ้น ในฐานะของการเป็นตัวแทนครูมาจากการเลือกตั้งและสรรหา

ว่ากันว่า ต้นตอนั้นมาจากเสียงครหาในเชิงลบของบรรดาผู้แทนครูจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะที่เข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องของผลประโยชน์ เงินๆ ทองๆ ในหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ท่ามกลางเสียงติฉินนินทาและถูกร้องเรียนกล่าวหามาโดยตลอด 

แรกเริ่มนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งให้ยกเลิกคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งเป็นองค์คณะบุคคลที่มีอำนาจในการบริหารงานบุคคลล้นหลาม

ทั้งอำนาจพิจารณากำหนดนโยบายการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งการกำหนดจำนวนและอัตราตำแหน่งและเกลี่ยอัตรากำลัง, พิจารณาให้ความเห็นชอบการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา

ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา และข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา, พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ฯลฯ

จับกระแสข่าวเด่น

ซึ่งอำนาจที่ล้นเหลือเหล่านี้ ย่อมติดตามมาด้วยเสียงครหาการเรียกรับผลประโยชน์ต่างๆ ทั้งที่เป็นจริง และถูกกลั่นแกล้ง กระทั่งกลายเป็นเรื่องเล่าขานจนได้ยินได้ฟังกันชินหู ไม่เฉพาะแต่คนในแวดวงวิชาชีพการศึกษาเท่านั้น ที่ตั้งข้อกังขากับเสียงเล่าลือเกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอด

นอกจากนี้ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งที่ 16/2560 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 ให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ชุดเก่าพ้นจากตำแหน่ง และมีการปรับองค์ประกอบคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ชุดใหม่ โดยไม่มีกรรมการจากผู้แทนครูอีกต่อไป

จับกระแสข่าวเด่น นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในตอนนั้นว่า การปรับองค์ประกอบของกรรมการ ก.ค.ศ.ชุดใหม่ โดยไม่มีผู้แทนครูนั้น ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งหรือเป็นศัตรูกับผู้แทนครู แต่เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องตามคำสั่ง คสช.ที่มีมาก่อนหน้านี้ในกรณีมีคำสั่งยกเลิก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาไปแล้ว ก็ต้องปรับปรุงคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ชุนอกจากนี้

“นอกจากนี้ การปรับองค์ประกอบ ก.ค.ศ.ใหม่ ก็เพื่อให้สามารถปรับแก้กฎระเบียบต่างๆ ได้ด้วยความรวดเร็ว เพื่อผลประโยชน์ของครูอย่างแท้จริง และเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ด้วย”

อย่างไรก็ตาม นพ.ธีระเกียรติบอกว่า กลุ่มผู้แทนครูก็ยังคงมีที่ไปทำหน้าที่เป็น อ.ก.ค.ศ.วิสามัญชุดต่างๆ เพื่อกลั่นกรองงานเสนอคณะกรรมการ ก.ค.ศ. และว่า “เรื่องนี้ได้มีการทำความเข้าใจกับผู้แทนครูแล้ว ส่วนที่เกรงว่าจะมีการเคลื่อนไหวของผู้แทนครูนั้น เชื่อมั่นว่าประเทศต้องเดินหน้าด้วยเหตุผลและกฎหมาย”

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวยังไม่รวมถึงการลดบทบาทผู้แทนครู ในกรณีการโละคณะกรรมการ (บอร์ด) คุรุสภา, คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงาน สกสค.

งานนี้ว่ากันว่า เป็นผลพวงมาจากเสียงครหาหลากหลายเรื่องราว โครงการความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้นในองค์กรเหล่านี้

จับกระแสข่าวเด่นดังกรณีตัวอย่างที่นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานกรรมการสอบสวนบุคคลเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการดำเนินโครงการต่างๆ ในสำนักงาน สกสค. ได้เปิดเผยกับ “สำนักข่าวสยามเอ็ดดูนิวส์” ว่า กรรมการสอบสวนฯชุดของตนได้เสนอให้สอบสวนวินัยร้ายแรงอดีตเจ้าหน้าที่ สกสค.ระดับผู้อำนวยการเพิ่มเติมอีก 1 คน แม้จะเกษียณฯไปแล้ว

จากเดิมที่ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงไปแล้ว 6 คน รวมเป็น 7 คน ในฐานะเป็นกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ซึ่งถูกกล่าวหาฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ในกรณีการอนุมัติซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินจากบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด โดยมิชอบ จำนวน 3 ครั้ง ในวงเงิน 500 ล้านบาท, 2,100 ล้านบาท และ 400 ล้านบาท ตามลำดับ รวมเป็นเงิน 3,000 ล้านบาท

ซึ่งกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ชุดที่เป็นปัญหาดังกล่าวนั้น มีเหล่าบรรดาแกนนำผู้แทนครู องค์กรครูในจังหวัดต่างๆ อยู่ไม่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดก่อนเทศกาลสงกรานต์ 2560 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ใน ศธ.ยังมีการปรับองค์ประกอบคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ กศจ.ใหม่ มีจำนวนทั้งสิ้น 15 คน ประกอบด้วย 1) ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ 2) ศึกษาธิการภาค ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เป็นรองประธาน

3) กรรมการ 7 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.), สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) โดยมีศึกษาธิการจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ

4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค (คปภ.) โดยอย่างน้อยต้องมีผู้แทนองค์กรภาคเอกชน ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ และผู้แทนภาคประชาชน ด้านละหนึ่งคน

จากเดิมที่ กศจ.ในแต่ละจังหวัด ประกอบด้วย (1) ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ (2) ศึกษาธิการภาคในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เป็นรองประธานกรรมการ (3) ผู้แทน สพฐ., สอศ., สกอ., สำนักงาน ก.ค.ศ., สช. และผู้แทน กศน. เป็นกรรมการ

(4) ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ประธานหอการค้าจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด และวัฒนธรรมจังหวัด เป็นกรรมการ (5) ผู้แทนภาคประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้ง โดยความเห็นชอบของ คปภ.จำนวนสองคน เป็นกรรมการ

(6) ผู้แทนข้าราชการครูในท้องถิ่น ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้ง โดยความเห็นชอบของ คปภ.จำนวนสองคน เป็นกรรมการ

(7) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ด้านบริหารงานบุคคล หรือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยความเห็นชอบของ คปภ.จำนวนไม่เกินสามคน เป็นกรรมการ และ (8) ศึกษาธิการจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ

ทั้งนี้ทั้งนั้น นายสานิตย์ พลศรี ในฐานะนายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ ได้กล่าวยอมรับกับ “สำนักข่าวสยามเอ็ดดูนิวส์” ในทำนองว่า ข้อครหาในอดีตเรื่องมีผู้แทนครูเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของผลประโยชน์ในแง่มุมต่างๆ นั้น อาจจะมีจริงในบางกรณี แต่ก็ทำให้ภาพรวมของกลุ่มผู้แทนครู องค์กรครูถูกมองไปในเชิงลบ จนอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกลดทอนบทบาทจากรัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในยุคปัจจุบันนี้ได้

จับกระแสข่าวเด่นดังนั้น ตัวนายสานิตย์เองในฐานะแกนนำองค์กรครูคนหนึ่ง ก็ได้พยายามแสดงบทบาทรักษาผลประโยชน์และปกป้องเพื่อนครู เพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กรครู และผู้แทนครูใหม่ ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม

ดังตัวอย่างจากกรณีปัญหาตลาดหนังสือเรียนและแบบฝึกหัด ปีการศึกษา 2560 ของบางสำนักพิมพ์ ไม่ตรงตามต้นฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตรวจและอนุญาตให้จัดพิมพ์ใช้ในสถานศึกษาได้นั้น นายสานิตย์ ได้ออกมาเตือนผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วประเทศ เกรงจะสุ่มเสี่ยงทำผิดกฎหมาย หากไปสมยอมจัดซื้อหนังสือเรียนและแบบฝึกหัด ที่ยังไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่ง สพฐ.ก่อนหน้านี้

ผมอยากเรียกร้องผู้บังคับบัญชา ทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา และผู้บริหารระดับสูงใน สพฐ.ได้ช่วยตรวจสอบด้วย องค์กรครูไม่อยากเห็นผู้บริหารและครูในโรงเรียนต้องกลายเป็นแพะรับบาปอีกแล้ว เหมือนหลายๆ กรณีในอดีต เช่น โครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล ที่ยังเป็นปัญหาอยู่” นายสานิตย์กล่าว

Tags : ข่าวสารการศึกษา สาธารณสุข วิทยาการ วัฒนธรรม

view