Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

แกนนำครูเตือน ศธ.อย่าเดินตามรอยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซื้อซากแท็บเล็ตจากจีน ห่วง!ยิ่งสร้างปัญหาสังคม

แกนนำครูเตือน ศธ.อย่าเดินตามรอยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซื้อซากแท็บเล็ตจากจีน ห่วง!ยิ่งสร้างปัญหาสังคม


จากกรณีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 ได้รับทราบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอเรื่องการปรับเลื่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จากเดิมวันที่ 16 พฤษภาคม มาเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งทาง ศธ.รายงานว่า ได้ให้สถานศึกษาปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น การเรียนผ่านระบบออนไลน์

ประกอบกับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่า การจะซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียนเพื่อรองรับการเรียนการสอนออนไลน์หรือไม่นั้น ต้องดูความเหมาะสม และจะต้องแตกต่างจากแท็บเล็ตที่ ศธ.เคยซื้อแจกเมื่อปี พ.ศ.2555 แน่นอน เพราะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำว่าอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้ต้องเหมาะสมกับเทคโนโลยีปัจจุบัน ต้องคุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุน ตนจึงขอให้มั่นใจว่าสเปกแท็บเล็ตที่จะนำมาใช้ สามารถรองรับการเรียนการสอนออนไลน์ได้แน่นอนนั้น

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2563 นายสานิตย์ พลศรี นายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ตนข้องใจว่า ทำไมนายณัฎฐพล รัฐมนตรีว่าการ ศธ.จึงต้องนำเรื่องการเลื่อนเปิดภาคเรียนเสนอ ครม.ด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการอยู่แล้ว ตามระเบียบ ศธ.ว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ.2549

นายสานิตย์กล่าต่อว่า หรือมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการสอนออนไลน์ในยามวิกฤตโควิด-19 ทั้งนี้ เพราะหลังการประชุม ครม. นายณัฎฐพลก็ให้ข่าวจนมีหนังสือพิมพ์บางฉบับไปพาดหัวข่าวว่า “นายกฯไฟเขียว ศธ.ซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียน รองรับการสอนทางออนไลน์”

โดยนายณัฎฐพลกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “การเรียนการสอนออนไลน์ ทำให้ ศธ.เตรียมดำเนินการที่จะจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียน ซึ่งการแจกแท็บเล็ตตนจะทำให้คุ้มค่า ไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา โดยแท็บเล็ตที่แจกสามารถใช้สื่อสารได้สองทางระหว่างนักเรียนและครูผู้สอน ซึ่งได้รายงานเรื่องนี้ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว โดยนายกฯได้กำชับให้มีประสิทธิภาพ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงบประมาณว่าจะใช้อย่างไรให้ถูกต้องตามระเบียบ”

นายสานิตย์กล่าวต่อว่า การซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียนตามที่นายณัฎฐพลระบุดังกล่าว นอกจากจะห่วงเรื่องประวัติศาสตร์อันน่าอดสูสินค้าจากจีนจะซ้ำรอยการจัดซื้อแท็บเล็ตจากจีน รวมทั้งการจัดทำซอฟต์แวร์เนื้อหาบทเรียนบรรจุในแท็บเล็ต เมื่อปี พ.ศ.2555 ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งสูญงบประมาณแผ่นดินโดยเปล่าประโยชน์ไปเกือบ 3 พันล้านบาทแล้ว ซึ่งทุกวันนี้ยังกองเป็นซากอิเล็กทรอนิกส์อยู่ตามโรงเรียนทั่วประเทศ ประจานรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังไม่เลือนหาย

ในปัจจุบันทั้งครู ผู้ปกครองยังสะท้อนตลอดว่า การใช้สื่อออนไลน์มีโทษต่อเด็กและเยาวชนไม่น้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะการปล่อยให้เด็กใช้สื่อออนไลน์ตามลำพัง สุ่มเสี่ยงกับเนื้อหาออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องเพศ เรื่องพนันออนไลน์ ที่สร้างปัญหาให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองต้องสูญเสียเงินไปไม่น้อย ดังนั้น เกรงว่านอกจะ ศธ.จะสูญเสียงบประมาณแผ่นดินมหาศาล เพื่อซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียน โดยได้ประโยชน์กลับคืนมาไม่คุ้มค่าแล้ว ยังจะสร้างปัญหาทางสังคมให้ลุกลามบานปลายมากยิ่งขึ้นด้วย โดยเฉพาะทุกวันนี้เรายังไม่มีความสามารถในการสร้างเกราะป้องกันให้กับเด็กและเยาวชน

“ดังนั้น การแก้ปัญหาในระยะสั้นๆ ทาง ศธ.ควรจัดการเรียนการสอนในระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมที่มีใช้อยู่แล้ว น่าจะเกิดผลดียิ่งกว่าโครงการแจกแท็บเล็ต เฉพาะอย่างยิ่งการเรียนเสริมช่วงนี้เป็นแค่การเรียนฆ่าเวลารอเปิดเทอมจริงเท่านั้น” นายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิกล่าว และว่า ตนอยากให้ผู้บริหารระดับสูงใน ศธ.ยึดตามคำพูดของพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่กล่าวในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 ที่กำชับให้ ครม.ทุกคนดูแลอย่าให้เกิดการหากินกับงบประมาณที่ใช้เนื่องในสถาการณ์ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19

Tags : ข่าวการศึกษา นวัตกรรม สาธารณสุข วัฒนธรรม

view