Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ทางออก! “ดร.อำนาจ” แก้ปัญหารับ น.ร.ปีการศึกษา 2563-อุดช่องโหว่เรียนออนไลน์

ทางออก! “ดร.อำนาจ” แก้ปัญหารับ น.ร.ปีการศึกษา 2563-อุดช่องโหว่เรียนออนไลน์


จากกรณีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 ที่ผ่านมาว่า จะแจ้งที่ประชุม ครม.เรื่องกำหนดช่วงการรับสมัครนักเรียนชั้น ป.1 ,ม.1 , ม.4 ประจำปีการศึกษา 2563 ทั่วประเทศแบบออนไลน์ ประมาณเดือนพฤษภาคม 2563

จัดสถานที่ให้นักเรียนมานั่งสอบคัดเลือกแบบเห็นหน้าเห็นตา และปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประมาณเดือนมิถุนายน 2563 และจะเลื่อนเปิดภาคเรียนแรกปีการศึกษา 2563 จากเดิมวันที่ 16 พฤษภาคม 2563 ไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นั้น

ต่อมา ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ศธ.สอดรับกันว่า “จะนำเรื่องการรับสมัครนักเรียนปีการศึกษา 2563 ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการ กพฐ. วันที่ 17 เมษายน 2563 นี้ เพื่อกำหนดวันที่ชัดเจน เบื้องต้นคาดว่าการรับสมัครจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม และจะจัดสอบในเดือนมิถุนายน”

“ส่วนแนวทางการรับสมัคร ได้แบ่งโรงเรียนเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มโรงเรียนทั่วไป ที่ปกติจะมีอัตราการสมัครของเด็กน้อยกว่าหรือเท่ากับแผนจำนวนรับของโรงเรียน ซึ่งกลุ่มนี้ไม่มีปัญหา สามารถรับสมัครทางออนไลน์ได้ และเด็กมีที่เรียนแน่นอน แต่อีกกลุ่มคือโรงเรียนแข่งขันสูงประมาณ 200 โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งเด็กแห่มาสมัครมาก ได้วางแผนให้เปิดรับสมัครพร้อมกัน”

“โดยมอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนไปคิดหาวิธี อาจจะใช้ระบบออนไลน์รับสมัครก็ได้ ขณะเดียวกัน สพฐ.ก็จะช่วยคิดระบบกลางให้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งเด็กสามารถสมัครกี่โรงเรียนก็ได้ แต่เมื่อถึงวันสอบคัดเลือก จะต้องเลือกที่เดียว เพราะจะให้สอบพร้อมกันทั้งหมด”

“ในการสอบคัดเลือกของโรงเรียนในกลุ่มที่มีอัตราการแข่งขันสูงนั้น เท่าที่ประเมินหากให้สอบคัดเลือกทางออนไลน์อยู่ที่บ้าน เชื่อว่าไม่สามารถควบคุมได้ และเริ่มมีข่าวว่าจะมีการรับจ้างสอบแทนกันแล้ว”

“เพราะฉะนั้น จะต้องให้เด็กที่สมัครโรงเรียนี่มีการแข๋งขันสูงมานั่งสอบให้เห็นกัน โดยให้ ม.1 และ ม.4 มาสอบกันคนละวัน และใช้มาตรการระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing จากเดิมแต่ละห้องให้เด็กนั่งสอบ 30-40 คน ก็ลดเหลือครึ่งหนึ่ง ส่วนการกำหนดวันสอบ จะต้องหาวันที่มีความพร้อม เบื้องต้นพ้นจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ไปแล้ว ซึ่งต้องดูสัญญาณจากรัฐบาลก่อนด้วย”

ทั้งนี้ทั้งนั้น จากคำให้สัมภาษณ์ของ ดร.อำนาจ เลขาธิการ กพฐ. ทั้งหมดนี้ ดูท่าว่าการรับนักเรียนชั้น ป.1 , ม.1 , ม.4 ถ้า สพฐ.จะรอดำเนินการให้เสร็จสิ้นพร้อมกันทุกคนทุกโรงเรียนทั่วประเทศ คงจะล่าช้าออกไปอีกนาน ยังคงสร้างความหงุดหงิด กระวนกระวายใจ กลุ้มใจ ฯลฯ ให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองที่เป็นห่วงเรื่องที่เรียนของบุตรหลานยังไม่ลงตัว

“รู้ทันข่าว” มองว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่เด็กกลุ่มไหนรับเข้าเรียนได้เลย สพฐ.ก็เปิดทางให้โรงเรียนสามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปเลย เช่น โรงเรียนทั่วไปที่ท่านเลขาธิการ กพฐ.บอกเองว่า โรงเรียนกลุ่มนี้ไม่มีปัญหา เพราะยอดสมัครของเด็กกับยอดรับของโรงเรียนเท่าๆ กัน หรือยอดสมัครน้อยกว่ายอดรับของโรงเรียนด้วยซ้ำ ก็ให้โรงเรียนรับสมัคร รับมอบตัว และรับลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ไปได้เลย

เช่นเดียวกับ โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่เปิดสอนทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย สพฐ.ก็ควรให้โรงเรียนเหล่านี้ทบทวนและเปิดรับเด็กจบ ม.3 ขึ้น ม.4 อีกครั้ง

ซึ่งก็เป็นไปตามนโยบาย สพฐ.ในเรื่องการรับนักเรียนปีการศึกษา 2563 ที่กำหนดให้โรงเรียนในสังกัดเหล่านี้เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนของโรงเรียนตนเองที่จบชั้น ม.3 ขยับขึ้นชั้น ม.4 โดนอัตโนมัติอยู่แล้ว เพียงแต่มีหลายโรงเรียนไม่ปฏิบัติตามนี้จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ให้จับตาโรงเรียนเหล่านี้อาจจะสุ่มเสี่ยงปัญหาการถูกร้องเรียนกล่าวหาเรื่องการ “รับเงินแป๊ะเจ๊ยะ” ตามมาก็เป็นไปได้

นอกจากจะแก้ปัญหาให้กับนักเรียนและผู้ปกครองดังกล่าวข้างต้นแล้ว การดำเนินการเช่นนี้ ยังช่วย ศธ. และ สพฐ.อุดช่องโหว่ จุดพกพร่องในการดำเนินการเรื่องการเรียนการสอนออนไลน์ในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ได้อีกด้วย

โดยเฉพาะแก้ปัญหาให้กับเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ได้มีชื่อเข้าเรียน ป.1 , ม.1 ,ม.4 ในโรงเรียนต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เด็กเหล่านี้จะได้เตรียมตัวเรียนแบบออนไลน์ได้เลย ไม่ใช่ว่ายังไม่รู้ตัวเองเลยว่าจะได้เรียนชั้น ป.1 , ม.1 , ม.4 โรงเรียนไหนหรือไม่ แล้วจะมีจิตใจพร้อมเรียนออนไลน์ของ ศธ. และ สพฐ.ได้อย่างไร

ขณะเดียวกัน ก็ช่วยอุดช่องโหว่ให้กับโรงเรียน สพฐ. ที่จะได้สำรวจได้ 100% รู้ว่า มีเด็ก ป.1 , ม.1 ,ม.4 ที่มีชื่อรับเข้ามาเรียนทั้งหมดแล้ว ไม่พร้อมเรียนออนไลน์กี่คน ด้วยเหตุผลขาดแคลนอะไรบ้าง เช่น ทีวี แท็บเล็ต สัญญาณอินเตอร์เน็ต หรือแม้แต่ไฟฟ้ายังเข้าไปไม่ถึงบ้าน เป็นต้น

Tags : ข่าวการศึกษา นวัตกรรม สาธารณสุข วัฒนธรรม

view