Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

จับตา!ดร.ดิศกุล ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. “จะรุ่ง” หรือ “จะเจอมรสุม” !?!?

จับตา!ดร.ดิศกุล ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. “จะรุ่ง” หรือ “จะเจอมรสุม” !?!?


ช่วงหลายเดือนมานี้แทบไม่ได้ทราบข่าวคราวจาก สกสค.กันเลย ล่าสุดก็เพิ่งจะมาได้รับการเปิดเผยจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่นั่งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแผนดำเนินงาน 3 ปี (พ.ศ.2563-2565) ว่าควรจะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่าย ทำให้โปร่งใส รวมทั้งติดตามการดำเนินงานต่างๆ ที่เคยเป็นปัญหาอยู่

ซึ่ง “รู้ทันข่าว” ก็ข้องใจเหมือนกันว่า ปี 2563 นี้ ล่วงเลยเข้าสู่เดือนที่ 4 เมษายนแล้ว สกสค.ยังไม่รู้ตัวเองเลยเหรอว่าจะต้องทำงานอะไรกันบ้าง?? ได้ยินแล้วก็แทบมองไม่เห็นความหวังอะไรจากหน่วยงานนี้เลย

โดยเฉพาะงานด้านการส่งเสริมสวัสดิการให้กับเพื่อนครู ดังที่นายณัฏฐพลให้ข่าวไว้ว่า “สวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับครู ผมได้เน้นย้ำ สกสค.ในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 ระบาด ต้องมีแผนดูแลให้ความช่วยเหลือครูให้มีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น ซึ่งจะต้องไม่ทับซ้อนกับมาตรการที่รัฐบาลเตรียมการช่วยเหลือด้วย”

ประเด็นนี้ต้องถาม ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.ก่อนว่า เคยเห็นหรือไม่? หนังสือราชการที่สมาชิกในไลน์กลุ่ม “รู้ทันข่าว” คือคุณไกรทอง กล้าแข็ง หนึ่งในลูกหนี้ธนาคารออมสินในโครงการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค. ที่ได้ทำหนังสือส่งถึงสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2563 ขอให้ช่วยพิจารณาดำเนินการเรื่องลดดอกเบี้ยโครงการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.ลงครึ่งหนึ่ง

โดยสำนักนายกรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องนี้มาให้สำนักงานปลัด ศธ.พิจารณา ซึ่งก็โยนเรื่องต่อมาที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.ต่ออีกทอด และสุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป ถามว่าระยะเวลาผ่านมากว่า 1 เดือนแล้ว ดร.ดิศกุลเคยเห็นหนังสือของคุณไกรทอง กล้าแข็ง ที่ว่านี้บ้างหรือไม่!

นอกจากนี้ อยากถาม ดร.ดิศกุลว่า ได้เตรียมการอย่างไรแล้วหรือไม่? ในการที่จะสนองนโยบายของนายณัฏฐพล เรื่องที่ได้เน้นย้ำ “ให้ สกสค.ในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 ระบาด ต้องมีแผนดูแลให้ความช่วยเหลือครูให้มีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น ซึ่งจะต้องไม่ทับซ้อนกับมาตรการที่รัฐบาลเตรียมการช่วยเหลือด้วย”

ถ้าปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร “รู้ทันข่าว” ก็ขออาสาชี้ทางให้ว่า ให้ไปตรวจสอบว่าเงินกองทุนสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.ตอนนี้เหลืออยู่เท่าไหร่?

เพราะอดีตผู้บริหาร สกสค.เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ในช่วงที่มีการโกงกินกันใน สกสค.เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ยังเหลือเงินในกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ไม่น้อยกว่า 3,500 ล้านบาท อาทิเงินที่นำไปฝากกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 11 แห่ง วงเงินรวม 2,500 ล้านบาท ได้ดอกเบี้ย 4% ต่อปี และฝากไว้กับสถาบันการเงินของรัฐและเอกชน 940 ล้านบาท ได้ดอกเบี้ย 3% ต่อปี

รวมแล้วจนถึงปัจจุบันนี้น่าจะมีเกือบ 4 พันล้านบาท ซึ่ง ดร.ดิศกุล ถ้ารู้เรื่องนี้ตามที่ “รู้ทันข่าว” ชี้ทางให้แล้ว ก็สามารถนำเอาเงินก้อนมหาศาลนี้มาช่วยบรรเทาปัญหาหนี้สินให้กับเพื่อนครูทั่วประเทศได้ เพราะเป็นเงินที่ธนาคารออมสินคืนให้กับครูอยู่แล้ว

แต่ไม่ใช่ว่าตรวจสอบไปตรวจสอบมาแล้ว ยังเอาไปอุ้มองค์การค้าของ สกสค.ก็สุ่มเสี่ยงสูงที่จะมีสิทธิ์ถูกฟ้องร้องวุ่นวายไปจนเกษียณอายุราชการก็เป็นได้ เพราะกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.ที่ได้รับมาจากธนาคารออมสินมีการกำหนดวัตถุประสงค์การใช้อย่างชัดเจนว่า เพื่อช่วยสวัสดิการแก่ครูที่เดือนร้อน ซึ่ง “องค์การค้าฯ” ไม่มีสถานะเป็นครูแน่นอน??

ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะตามข่าวล่าสุดที่นายณัฏฐพล เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการ สกสค.เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าที่ประชุมหารือปัญหาหนี้สิ้นและการถูกบังคับคดีขององค์การค้าฯ ซึ่ง  สกสค.เพิ่งจะเคยถูกอายัดบัญชีมาแล้ว เพราะองค์การค้าฯถูกฟ้องร้อง จึงมีมติให้ องค์การค้าฯกู้เงินจาก สกสค.กว่า 200 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระหนี้ค่ากระดาษให้กับบริษัท ซี เอ เอส เปเปอร์ จำกัด ที่องค์การค้าฯถูกทางกรมบังคับคดีทำการอายัดบัญชีตามคำพิพากษาของศาลให้ชำระหนี้ค่ากระดาษดังกล่าว

กรณีนี้ ถ้าปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. “ดร.ดิศกุล” ยังหาญกล้าเอาเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ไปให้องค์การค้าฯกู้ จำนวนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระหนี้ค่ากระดาษให้กับบริษัท ซี เอ เอส เปเปอร์ จำกัด แทนที่จะเอาไปช่วยบรรเทาปัญหาหนี้สินให้กับเพื่อนครูทั่วประเทศ

ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ก็ต้องยอมรับกับชะตาที่สุ่มเสี่ยงสูงว่าจะมีสิทธิ์ถูกฟ้องร้องวุ่นวายไปจนเกษียณอายุราชการด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เป็นได้!?!?

แนวทางที่จะทำให้องค์การค้าของ สกสค.กลับมาเฟื่องฟูดังเช่นอดีต ตามที่คนในแวดวงการศึกษาได้สะท้อนตรงกันมาโดยตลอด นั่นก็คือ “นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ต้องกล้าใช้ยาแรงฉีดพ่นกำจัดพวกเหลือบไรโกงกินอยู่ในองค์การค้าฯทุกวันนี้ให้หมดสิ้นไป!?!?

Tags : ข่าวการศึกษา นวัตกรรม สาธารณสุข วัฒนธรรม

view