Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

เกษตรกรหญิงเก่ง “กาญจนา ลากุล” ปั้นแบรนด์นโมฟาร์ม ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์

เกษตรกรหญิงเก่ง “กาญจนา ลากุล” ปั้นแบรนด์นโมฟาร์ม ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์


โดย : อังคารพยัคฆ์                  

ช่วงไม่กี่ปีมานี้จะเห็นคนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนประสบความสำเร็จในระยะเวลาไม่กี่ปี เนื่องจากนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย พร้อมใช้รูปแบบการบริหารจัดการสมัยใหม่ รวมถึงการทำตลาดที่ใช้โซเชียลมีเดียควบคู่กับการขายทั่วไป

“คุณกาญจนา ลากุล” เจ้าของนโมฟาร์ม (Namo Farm) ซึ่งตั้งอยู่บ้านเลขที่ 212 หมู่ที่ 8 บ้านคำตานา ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี ก็เป็นคนหนุ่มสาวอีกรายที่หันมาเอาดีในการทำเกษตร

โดยเริ่มทำเมื่อปี 2556 หลังจากก่อนหน้านี้เคยเปิดกิจการร้านขายอาหารสัตว์และขายปุ๋ย เมื่อมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวในปี 2556 เธอจึงได้ใช้วิชาบริหารธุรกิจในระดับ ปวส. ที่ร่ำเรียนมาใช้ในเรื่องการตลาด รวมถึงความรู้ที่ได้จากการการเรียนระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ขอนแก่น

พร้อมกันนั้น ยังได้รวบรวมเกษตรกรในพื้นที่ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผักไร้ดินปลอดสารพิษ บ้านคำตานา มีสมาชิก 10 ครอบครัว โดยเธอรับหน้าที่เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนฯ

วันนี้ใช่แต่พืชผักผลไม้ของวิสาหกิจชุมชนผักไร้ดินปลอดสารพิษฯ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “นโม ฟาร์ม” จะขายดีแล้ว “คุณกาญจนา” ยังได้รับเลือกให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ต้นแบบจังหวัดอุดรธานี 2557-2561 และได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นจังหวัดอุดรธานี ประจำปี 2557 สาขา 4 สาขาพืชผักปลอดภัย

ทั้งยังได้รับเลือกให้เป็น “ศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer เขต 4” ของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งที่ผ่านมามีคณะบุคคลจากหน่วยงานองค์กรต่างๆเข้ามาศึกษาดูงานเป็นประจำ

อีกทั้งผลผลิตของกลุ่มยังได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) หรือมาตรฐาน Q ส่งผลให้กลุ่มมีรายได้ต่อเดือนหลักแสนบาทขึ้นไป

“เจ้าของนโม ฟาร์ม” เล่าถึงแรงจูงใจที่หันมาทำเกษตรว่า สมัยก่อนชอบกินข้าวนอกบ้านเช่น เนื้อย่างเกาหลี แต่กินทีไรปากจะเป็นแผลร้อน ปวดเนื้อปวดตัว อ่อนเพลีย อีกอย่างคือหาผักบางชนิดกินยากในบางฤดู จึงได้ทดลองปลูกเองในดินที่ไม่มีโรงเรือน

“รอบแรกได้กิน แต่รอบสอง-สาม แมลงเอาไปกินหมด ทำให้ตั้งคำถามว่าผักที่กินที่ร้านอาหารเอามาจากไหน คนปลูกใช้ยาฆ่าแมลงไหม ใช้ยาฆ่าหญ้าหรือเปล่า”

พอลงมือปลูกพืชผักเอง ได้รู้ซึ้งถึงที่ไปที่มาของพืชผักผลไม้ ซึ่งสำคัญมาก และไม่กล้ากินอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอีกต่อไป ประกอบกับเมื่อก่อนไม่รู้สาเหตุป่วยบ่อยเพราะอะไร จนกระทั่งมาปลูกพืชผักกินเองแล้วปรากฏว่า เลิกป่วย เกิดเป็นแรงจูงใจคือ กลัวป่วยและตายเร็ว แต่พอสนุกกับการปลูกแล้วจำนวนเยอะก็เริ่มนำไปทำบุญ แจกเพื่อนบ้าน และทดลองขาย

แม้เนื้อที่ของนโนฟาร์มจะมีถึง 5 ไร่ แต่ในความเป็นจริงคุณกาญจนาบอก ปลูกพืชผักผลไม้เพียง 2 งานเท่านั้น เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องความชอบส่วนตัว ไม่ชอบเดินไกลๆ ไม่ชอบตากแดด ไม่ชอบให้มือเท้าเปื้อนดำ แต่ชอบและอยากปลูกพืชผักผลไม้ทุกๆ วัน ดังนั้น จึงตกผลึกกับการปลูกพืชในโรงเรือนปิด และในท่อปูนโดยใช้เทคโนโลยีการให้น้ำแบบอัตโนมัติราคาถูกทำเอง

“ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มาทำเกษตร ดิฉันจึงปรับให้เหมาะกับไลฟ์สไตส์ของตัวเอง เน้นทำน้อยๆ แต่ได้มากๆ ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาจัดการทรัพยากรน้ำ ดิน และ เวลาให้คุ้มค่า ใช้คนน้อยพื้นที่น้อย และใช้การจัดการที่เน้นยอดสูญเสียให้เกิดน้อยที่สุดจุดเด่นพืชผักของกลุ่ม คือ อร่อย สะอาด สด ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อพืช สัตว์ และคน ใช้การจัดการแบบวิธีธรรมชาติ”

สำหรับพืชหลักๆ ที่เธอและทางกลุ่มปลูก เป็นพวกผักสลัดต่างประเทศอย่าง ผักสลัดบัตเตอร์เฮด ผักสลัดเรดโอ๊ค ผักกรีนโอ๊ค จำหน่ายกิโลกรัมละ 100-110 บาท และปลูกพืชผักสวนครัวหลายชนิดทั้งหอม ผักชี โหรพา ใบแมงรัก แตงกวา คะน้า ผักฮ่องเต้ พืชสมุนไพร ไม้ผลเช่น มัลเบอร์รี่ มะม่วง มะเดื่อฝรั่ง สตรอเบอรี่ มะนาว มะเขือเทศ และหลังบ้านปลูกยางพารา

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอได้รับเลือกให้เป็นต้นแบบเกษตรกรรุ่นใหม่นั้น ทางกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรฯแจกแจงว่า เนื่องจากเธอมีองค์ความรู้ตั้งแต่เริ่มต้นทำการเกษตร แบบใช้เทคโนโลยี และการจัดการสมัยใหม่ ปลูกพืชในโรงเรือนแบบไฮโดรโปรนิกส์

ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง ไม่ต้องกำจัดวัชพืช ใช้พื้นที่น้อยและใช้น้ำน้อย รวมทั้งปลูกผักต่างประเทศ เพราะมีคู่แข่งน้อย ได้ราคาดี พร้อมใส่ใจคุณภาพ สด สะอาดและปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer ประจำจังหวัดอุดรธานี

“คุณกาญจนา” บอกเทคนิคการปลูกผักสลัดต่างประเทศว่า ไม่มีอะไรมาก เพียงทำให้ผักอร่อย สด สะอาดปลอดภัย เพราะไม่มีใครอยากกินผักแก่ หยาบ แข็ง ขม ดังนั้นควรเก็บผักที่อายุ 38-45 วัน ตัดผักช่วงไม่มีแสงแดด และอย่าทำให้ผักเครียด น่าจะเปรียบได้ดังตอนกลางวันผักกำลังกินอาหารอยู่  แต่เมื่อถูกถอนมาเลย ผักน่าจะเครียด

ลองคิดดู ถ้าเรากำลังกินอาหารอย่างอร่อย แล้วมีคนมายกเราหนีจากอาหาร จะรู้สึกอย่างไร อาการของพืชผักก็น่าจะไม่ต่างกัน และอีกอย่างคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้รากพืชเย็น ไม่ว่าจะปลูกหญ้าคลุม จะสเปรย์น้ำสร้างบรรยากาศหลอกผักว่า อากาศเย็นอะไรประมาณนี้ 

“เหมือนคนไปกินอาหารตากแดด กับกินอาหารในห้องแอร์ ลองคิดดูว่ากินที่ไหนจะเครียดน้อยกว่ากัน พืชผักผลไม้ เป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้น เราต้องเอาใจใส่ รัก ดูแล อย่างสม่ำเสมอ ขี้เกียจยังไงก็ต้องดูแลทุกวัน"

สำหรับผักที่ปลูกกับดิน ต้องเริ่มจากการเตรียมดิน โดยดินผสมปุ๋ยหมักที่หมักเองและใช้มูลไส้เดือน และน้ำมูลไส้เดือน ดินดีปุ๋ยหรืออาหารของพืชก็ครบถ้วนส่วนการให้น้ำถ้าปลูกในดิน ให้ 3 เวลา ใช้สปริงเกอร์

กรณีปลูกพืชไร้ดินระบบไฮโดรโปนิกส์นั้น “คุณกาญจนา” ให้ข้อมูลว่า ใช้น้ำประปาผสมธาตุอาหารพืชบริสุทธิ์ ละลายในน้ำหล่อเลี้ยงรากผัก ธาตุอาหารพืชที่ใช้จะมีเครื่องมือในการวัดค่าที่เหมาะสมสำหรับพืชแต่ชนิด ก่อนเก็บเกี่ยวก็ใช้น้ำเปล่าเลี้ยงพืชประมาณ 2-7 วัน

(ธาตุอาหารหลัก และธาตุอาหารรองที่พืชจำเป็นต้องใช้มีจำหน่ายในร้านที่ขายเกี่ยวกับพืชไฮโดรโปนิกส์ หรือร้านที่จำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ห้องแล็ป) โดยการใช้น้ำแต่ละรอบปริมาณ 500 ลิตรต่อการปลูก 30 วัน จากนั้นระบายออกมาเพื่อกักเก็บไว้สำหรับรดมะเขือเทศต่อ

“ประธานวิสาหกิจชุมชนผักไร้ดินปลอดสารพิษฯ” มองว่า การทำเกษตรปลอดสารพิษนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เริ่มจากทำกินให้พอกิน เป้าหมายคือ จะไม่ซื้อพืชผักผลไม้กิน หรือซื้อให้น้อยที่สุด ซึ่งรวมถึงการทำปุ๋ยใช้เองด้วย

ใช้วิธีเลี้ยงไส้เดือน โดยไม่เลี้ยง นั่นคือ การไม่ถอนหญ้าแต่ตัดเอาเศษหญ้าเป็นอาหารให้ไส้เดือน พร้อมทำให้สวนชุ่มชื้นไม่แห้ง ไส้เดือนมีหน้าที่ พรวนดินให้โดยไม่ต้องจ้าง ใส่ปุ๋ยให้โดยที่เราไม่ต้องซื้อ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง100% ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า 100% นอกจากนี้นำขยะอาหารจากครัวมากำจัดแบบทำเป็นปุ๋ยหมัก

“เจ้าของนโมฟาร์ม” บอกอีกว่า ในการทำเกษตรนั้น ปีแรกใช้เงินลงทุนไปเยอะมาก แยกการลงทุนเป็นการผลิต 1 ล้านบาท และการแปรรูป 1 ล้านบาทตอนนี้ยังเป็นหนี้อยู่ 2 ล้าน แต่หนี้เริ่มลดลง ขณะที่ผลผลิตในฟาร์มมากขึ้น ทำให้มีรายได้เลี้ยงตัวเองและใช้หนี้ได้ในระดับที่พอใจ

ผลผลิตของกลุ่มนั้น นอกจากจะขายผักสดแล้วยังนำมาแปรรูปด้วย อย่างเช่น ทำน้ำสลัดผลไม้เพื่อสุขภาพ ทำจากมะนาวที่ปลูกเอง มีน้ำสลัดพริกไทยดำ น้ำสลัดงาดำ และน้ำสลัดแอบเปิ้ลเขียว แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและลดยอดสูญเสียในฟาร์ม และมีน้ำผักผลไม้สกัดเย็น ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ผสมน้ำ ทำสลัดมิกซ์ สลัดโรล และแซนวิซ กลุ่มจะเน้นการสร้างงานสร้างอาชีพในชุมชน

สำหรับช่องทางการจำหน่ายนั้น มีวางจำหน่ายที่หน้าฟาร์ม และตลาดเกษตรกรอุดรธานีทุกเช้าวันศุกร์และวันเสาร์ เดือนละ 4 ครั้ง และส่งผักสดขายที่ห้างวิลล่ามาร์เก็ต ยูดีทาวน์อุดรธานี

เธอบอกว่า ในช่วงฤดูหนาวผักล้นตลาด ผักจะปลูกกันเยอะ ดังนั้น หน้าหนาว ทางนโมฟาร์มจะเน้นทดลองพืชตัวใหม่ และไม่ปลูกเยอะ แต่ออกทัวร์ไปฟาร์มเพื่อนๆ ในโครงการ Young Smart Farmer ทั่วไป เพื่อหาเพื่อนคอเดียวกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อต่อยอดไอเดีย หรือมีแนวคิดในการทำการเกษตรใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น

“คุณกาญจนา” พูดถึงแผนธุรกิจในอนาคตว่า อยากทำเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการเกษตรแบบครบวงจร ถ้าใครอยากทดลองหรือสนใจทำการเกษตร ก็สามารถเดิน (Walk in ) เข้ามาทดลองก่อนจะไปลงมือจริง ตั้งแต่การผลิตพืชผักให้ได้มาตรฐาน การแปรรูปที่ได้มาตรฐาน การตลาด โดยมุ่งเน้นไปที่เยาวชน เพื่อให้มีสนามในการลงมือจริง ด้านการเกษตรสมัยใหม่ที่เข้ากับยุคสมัยของคน Gen X และGen Z ที่เน้นสะดวกรวดเร็ว

นับเป็นเกษตรกรหญิงเก่งอีกคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และไม่หยุดนิ่งในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม สนใจอยากเข้าไปชมนโมฟาร์ม ติดต่อได้ที่โทร.081-945-0900 หรือ Line id:0819450900  และสามารถเข้าไปดูผลผลิตของกลุ่มได้ที่เฟซบุ๊กเพจ นโม ฟาร์ม

Tags : ข่าวการศึกษา นวัตกรรม สาธารณสุข วัฒนธรรม

view