Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

แยก “กระทรวงการอุดมศึกษา” พ้นอ้อมอก ศธ.! “หมอธีระเกียรติ” ตั้งใจเอาจริงหรือแค่ยาหอม?!?!

แยก “กระทรวงการอุดมศึกษา” พ้นอ้อมอก ศธ.! “หมอธีระเกียรติ” ตั้งใจเอาจริงหรือแค่ยาหอม?!?!

วนเวียนกลับมาให้ติดตามและวิพากษ์วิจารณ์กันอีกครั้ง!! สำหรับกระแสการผลักดันจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา แยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พ้นจากอ้อมอกของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เฉกเช่นเดียวกับเมื่อครั้งเป็นทบวงมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะมีการตราพระราชบัญญัติปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 ปรับเปลี่ยนสถานะทบวงมหาวิทยาลัยมาเป็น สกอ.ขึ้นกับ ศธ.ในปัจจุบัน

จับกระแสข่าวเด่น โดยเมื่อช่วงปลายปี 2559 ต่อเนื่องเข้าสู่ต้นปี 2560 จู่ๆ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คนใหม่) ก็แสดงบทบาทในการขับเคลื่อนผลักดันการจัดตั้ง “กระทรวงการอุดมศึกษา” โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ทำงานได้อย่างมีอิสระ คล่องตัว

เริ่มต้นจาก นพ.ธีระเกียรติได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อช่วงปลายปี 2559 ว่า ศ.นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) พร้อมด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้เข้าพบตน เพื่อหารือถึงการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. ออกจาก ศธ. เพื่อจัดตั้งเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา

“ซึ่งช่วงที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ก็เคยให้ผู้เกี่ยวข้องเตรียมการยกร่างกฎหมายไว้บ้างแล้ว ดังนั้น ผมจึงมาเป็นเพียงผู้สานต่อ เพราะมีความเห็นชัดเจนว่าจะต้องแยกงานอุดมศึกษาออกจาก ศธ. เพื่อให้การทำงานมีอิสระ และมีความคล่องตัว สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสถาบันอุดมศึกษาได้ดียิ่งขึ้น”

โดยตนจะตั้งให้ ศ.นพ.อุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานดูแลเรื่องนี้ เพราะมีประสบการณ์ในการบริหารสถาบันอุดมศึกษา และที่สำคัญมีความคุ้นเคยกับตน ซึ่งจะให้นำร่างกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่เคยยกร่างไว้แล้วดังกล่าว ทั้งในส่วนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา มาพิจารณารวมกัน เพราะร่าง พ.ร.บ.แต่ละฉบับต่างมีจุดอ่อนและจุดแข็งคนละอย่าง  

“จึงจะให้ดึงข้อดีของร่าง พ.ร.บ.แต่ละฉบับมารวมกัน แล้วยกร่างเป็นพ.ร.บ.กระทรวงการอุดมศึกษา เพื่อให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด โดยวางแผนให้นำมาเสนอให้ผมพิจารณาภายในปี พ.ศ.2560 นี้”

จับกระแสข่าวเด่น ล่าสุด นพ.ธีระเกียรติเพิ่งจะกล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการจัดตั้ง “กระทรวงการอุดมศึกษา” เมื่อช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมาว่า ได้แต่งตั้ง ศ.นพ.อุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานคณะทำงานเตรียมความพร้อมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาแล้ว รวมถึงจะมอบหมายให้ผู้ช่วยรัฐมนตรี ศธ.เข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วย และว่า “ขั้นตอนต่อไป ศ.นพ.อุดมจะไปตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมการ และรับฟังเสียงประชาคมสถาบันอุดมศึกษา”

ทั้งนี้ แม้ว่า นพ.ธีระเกียรติจะออกมาฟันธงว่า จะต้องแยกงานอุดมศึกษาออกจาก ศธ. เพราะเป็นความต้องการของประชาคมชาวอุดมศึกษา แต่จะว่าไปแล้ว การเคลื่อนไหวของชาวอุดมศึกษาในเรื่องนี้มีความคึกคักมาตั้งแต่ระยะแรกเริ่มของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในสมัยที่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.คนแรกของรัฐบาลนี้

ในช่วงเวลานั้นบรรดาอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ เริ่มมีการเคลื่อนไหวผลักดันจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษากันอีกครั้ง หลังจากที่ต้องอกหักมาแล้วในหลายรัฐบาล โดยหวังว่าจะสำเร็จได้ในยุครัฐบาลทหารชุดนี้

มีการยื่นเอกสารผลการศึกษาวิจัยหลายต่อหลายชุด ซึ่งได้ข้อสรุปตรงกันว่าการรวมอยู่ภายใต้ ศธ.ทำให้อุดมศึกษาไทยไม่พัฒนาก้าวหน้าไปเท่าที่ควร และเป็นอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในเวทีมหาวิทยาลัยโลกได้

ความคึกคักในเรื่องนี้มีมากขึ้นอีกในสมัย พล.อ.ดาว์พงษ์เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพราะได้มีการมอบหมายให้ นพ.กำจร ตติยกวี ปลัด ศธ.ในขณะนั้น และนายสุภัทร จำปาทอง (เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาคนปัจจุบัน) ซึ่งเป็นรองปลัด ศธ.ในเวลานั้น ได้ดูแลเรื่องการปรับโครงสร้างการบริหารงานอุดมศึกษา และยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ในห้วงเวลานั้นแม้จะยังไม่ชัดเจนว่า จะจัดตั้งเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา หรือทบวงอุดมศึกษา แต่ก็เป็น “สัญญาณ” ที่ได้รับเสียงชื่นชมจากเหล่าผู้บริหารและชาวอุดมศึกษาอย่างล้นหลาม

ยิ่งมีความชัดเจนจาก นพ.กำจรในช่วงเวลานั้น ที่ระบุว่าการแยก สกอ.ออกจาก ศธ.มีด้วยกัน 3 วิธีให้เลือก คือ 1.ดำเนินการแบเดียวกับการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยยกร่าง พ.ร.บ.กระทรวงการอุดมศึกษา เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และเข้าสู่ขั้นตอนสภานิติบัญญัติ (สนช.) ก่อนประกาศใช้

วิธีที่ 2 ขอใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ให้ สกอ.ทำหน้าที่เป็นกระทรวงการอุดมศึกษาไปพลางก่อน และให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาอีกตำแหน่ง เพราะมีการศึกษาเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว และในระหว่างนั้นก็ให้ยกร่าง พ.ร.บ.กระทรวงการอุดมศึกษา เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการออกกฎหมายไปด้วย

และวิธีสุดท้าย ใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ให้ สกอ.มีอำนาจการบริหารงานเป็นเอกเทศ เช่นเดียวกับกระทรวง โดยกำหนดเวลาประเมินผลการดำเนินงาน หากไม่ดีก็ยกเลิก กลับไปสู่โครงสร้าง ศธ.ตามเดิม

แต่ท้ายที่สุดบรรดาอธิการบดีและชาวสถาบันอุดมศึกษาทั้งหลาย ก็มีอันต้องผิดหวังเช่นเคย

จับกระแสข่าวเด่น เพราะในเวลาต่อมา พล.อ.ดาว์พงษ์พูดจาชัดเจนว่า “พล.อ.ประยุทธ์ มีนโยบายเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างกระทรวงต่างๆ ว่า ถ้าเป็นการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำได้ แต่ถ้าจะปรับโครงสร้างใหญ่อย่างการแยก สกอ.ออกจาก ศธ.แล้วจัดตั้งเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการปกติ” และย้ำว่า “ในรัฐบาลนี้จะเป็นเพียงการศึกษาและวางตุ๊กตา เพื่อให้รัฐบาลหน้ารับไปดำเนินการต่อ…”

ซึ่งก็ยังคงมีผลมาถึงยุคของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ที่ได้กล่าวออกตัวไว้ก่อนแล้วอย่างชัดเจนว่า “กระทรวงการอุดมศึกษา คงไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ เพราะมีเวลาทำงานเหลืออีกเพียง 1 ปี ที่สำคัญจะได้ไม่ขัดกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่ห้ามปรับใหญ่โครงสร้างหน่วยงานรัฐในช่วงรัฐบาลนี้”

ทั้งตอกย้ำด้วยว่า “การยกร่างกฎหมายเรื่องนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อม ซึ่งถ้าเราไม่เตรียมการเรื่องนี้ก็จะล่าช้าไปอีก และประชาคมชาวอุดมศึกษาก็จะไม่มีความมั่นใจ ซึ่งหากรัฐบาลต่อไปไม่ดำเนินการตามที่รัฐบาลนี้วางไว้ ก็ต้องตอบคำถามประชาคมอุดมศึกษาให้ได้ว่า ทำไมถึงไม่ทำ”

ว่ากันว่า จากคำกล่าวออกตัวของคุณหมอธีระเกียรติดังกล่าว ยิ่งส่งผลทำให้บรรดาอธิการบดีและชาวอุดมศึกษาโดยทั่วไป ต่างดูจะไม่ค่อยยินดียินร้ายกับการขับเคลื่อนเรื่องนี้ของ รมว.ธีระเกียรติ เท่าใดนัก!!

จับกระแสข่าวเด่น จะเห็นมีออกมาพูดจาชัดเจนผ่านสื่ออย่าง “สำนักข่าวการศึกษา สยามเอ็ดดูนิวส์” ก็เพียง รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “เห็นด้วยที่จะมีการแยกตั้งกระทรวงอุดมศึกษา เพราะบทบาทกระทรวงอุดมศึกษา ไม่ใช่แค่การพัฒนาการศึกษาและการเรียนการสอน แต่จะเน้นการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรม และเป็นการเตรียมกำลังคนพัฒนางานวิจัย เพื่อตอบรับนโยบายของรัฐบาล

บริบทในภารกิจของอุดมศึกษาเป็นภารกิจที่ค่อนข้างจะเป็นเรื่องใหญ่ การอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการทำให้ขาดความคล่องตัว ซึ่งการแยกออกจาก ศธ.นั้น เป็นเพราะคำนึงถึงเรื่องคุณภาพการศึกษา รวมถึงคุณภาพงานวิจัยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ สกอ.ยังต้องคำนึงถึงหน้าที่และบทบาทในส่งเสริมเชื่อมโยงกลุ่มมหาวิทยาลัยทั้งหมด ซึ่งการแยกออกมาจาก ศธ.จะเห็นถึงความคล่องตัวในการบริหารจัดการ

ผมอยากเห็นการส่งเสริมสนับสนุนการกระจายอำนาจการบริหารการจัดการศึกษามีความชัดเจน เพราะการที่สังกัดอยู่ใน ศธ.ทำให้บริบทมีความก้ำกึ่ง จะต้องมีการแยกเพื่อการพัฒนาคุณภาพของมหาวิทยาลัย ที่ไม่ใช่เพียงการผลิตบัณฑิต แต่มหาวิทยาลัยต้องผลิตนวัตกรรมและพัฒนาคนไปพร้อมๆ กันด้วย” อธิการบดี  มทร.ธัญบุรี กล่าว

จับกระแสข่าวเด่น ทั้งนี้ทั้งนั้น นอกจากบรรยากาศการเคลื่อนไหวของชาวอุดมศึกษาที่ดูจะเงียบเหงาอย่างผิดปกติดังกล่าวแล้ว ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เชื่อมโยงไปถึงข่าวคราวก่อนหน้านี้ที่ออกมาในทำนองว่า ชาวมหาวิทยาลัยไม่ค่อยจะเห็นด้วยนักที่ นพ.ธีระเกียรติได้ขยับขึ้นมานั่งเก้าอี้ รมว.ศธ.

จนสำนักงานเลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ต้องออกแถลงการณ์ ทปอ.ชี้แจง ส่งถึงสื่อมวลชนระบุว่า “ตามที่หนังสือพิมพ์วันที่ 13 ธันวาคม 2559 ได้ลงข่าวเกี่ยวกับการคัดค้านแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้น ทปอ.ขอชี้แจงดังนี้ 1.ทปอ.ไม่เคยให้ข่าวดังกล่าวแต่อย่างใด 2.ทปอ.วางตัวเป็นกลาง ยึดมั่นที่จะไม่ก้าวก่ายอำนาจนายกรัฐมนตรีในการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทปอ.ไม่เคยเคลื่อนไหวคัดค้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ

และ 3.ทปอ.ไม่เคยมีปัญหาความไม่เข้าใจในการประสานงานระหว่าง ทปอ.กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านนี้ ในทางกลับกัน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ มีความเข้าใจการทำงานของ ทปอ. และภาพรวมของมหาวิทยาลัยอย่างดี และสนับสนุนการดำเนินการของ ทปอ.เป็นอย่างดีเสมอมา จึงเรียนมาเพื่อโปรดทำความเข้าใจกับสาธารณชนต่อไป”

กระนั้น ก็ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตั้งคำถามตามมาว่า การขับเคลื่อนเพื่อจัดตั้ง “กระทรวงการอุดมศึกษา” แยก สกอ.พ้นจากอ้อมอก ศธ.ของ “คุณหมอธีระเกียรติ” ครั้งนี้ เป็นความตั้งใจจริง หรือแค่ยาหอม เอาใจชาวอุดมศึกษาเท่านั้น ?!?!


Tags : ข่าวการศึกษา แวดวงการศึกษา

view