Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

เสียงสะอื้น!จากเด็กหลักสูตร ป.เตรียมอาชีวศึกษา..สะเทือนถึงศรัทธาประชาชน

เสียงสะอื้น!จากเด็กหลักสูตร ป.เตรียมอาชีวศึกษา..สะเทือนถึงศรัทธาประชาชน

                        

(เสวนากับบรรณาธิการ 9-15 มีนาคม 2563)

กลายเป็นการฟ้องถึงการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการที่มิอาจวางใจปล่อยให้ทำการใหญ่โดยปราศจากการตรวจสอบอย่างเข้มได้อีกต่อไป เมื่อการจัดการศึกษาสายอาชีวศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หลักสูตรประกาศนียบัตรเตรียมอาชีวศึกษา(ป.ตอ.) ที่หมายมั่นให้เป็นทางเลือกแก่เด็กและเยาวชนในการศึกษาต่อจากระดับประถมศึกษาตามความสนใจและความถนัดของตน กลับกลายเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง

จากกรณีตัวอย่าง นักเรียนระดับมัธยมต้นในจังหวัดอ่างทอง และฉะเชิงเทรา เข้าเรียนในสถานศึกษาอาชีวะนำร่องทดลองใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรเตรียมอาชีวศึกษา (ปตอ.) พุทธศักราช 2560 ซึ่งจบในปีการศึกษานี้ รวมกว่า 170 คน กลับไม่ได้รับวุฒิการศึกษาไปใช้เพื่อสมัครงานได้ตามปกติ แถมมีเงื่อนไขให้กลับไปเรียนรับวุฒิมัธยมศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (มัธยมปีที่ 3) มาก่อน จึงจะได้ประกาศนียบัตรเตรียมอาชีวศึกษา ทำให้นักเรียนทั้งห้องต่างร้องห่มร้องไห้เศร้าเสียใจด้วยความผิดหวังมากมายที่ไม่เป็นอย่างที่รัฐบาลบอก 

ตามข่าวได้ฉายภาพถึงความรู้สึกที่น่ารันทดใจผ่านออนไลน์ มีการแชร์คลิป ความยาวเกือบนาที และมีข้อความว่าที่ออกมาจากใจ ฟังแล้ว เห็นแล้วอดหดหู่ใจมิได้ ที่ว่า 

“ขอได้ไหม ให้หนูได้เรียนอยู่ที่นี้ ขอได้ไหมให้พวกหนูได้วุฒิตามที่พวกหนูตั้งใจมาเรียน หนูตั้งใจมาเรียนสายอาชีพเพราะหนูเล็งเห็นถึงสิ่งที่หนูจะได้ หนูรักทางนี้ ถ้าหนูไม่อยากมา หนูคงไปเรียนต่อ ม.1 โรงเรียนมัธยมแล้ว 

ตลอดเวลาที่เรียนหนูได้ทั้งความรู้ ทั้งประสบการณ์ ความรัก ความเอาใจใส่จากครู จากทางวิทยาลัย หนูมีความสุขกับการเรียนที่นี่กับเพื่อนของหนู อยู่ ๆมาหนูได้ฟังข่าวเรื่องของป.ตอ. หนูเสียใจ หนูหดหู่ใจนั่งร้องไห้กับเพื่อนๆ ต่างมองหน้ากันและถามกันเองว่า ทำไมต้องเป็นแบบนี้ 

ขอได้ไหม ให้ข่าวร้ายวันนั้นมันไม่เป็นจริง ขอให้หนูเรียนที่นี้จนจบจบสถาบันเดียว ได้ไปพร้อมเพื่อน ๆพี่ ๆของหนู ขอได้ไหมให้หนูได้วุฒิที่หนูตั้งใจมา” มีการติดเท็ก #ขอพรจากฟ้า

แต่ดูเหมือนว่า เสียงของเด็กเหล่านี้ ผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ยิน ผู้บริหารในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กว่าจะรับรู้ถึงเสียงวิงวอนของเด็ก น่าจะช้าเกินการทำงานของวิทยาลัยอาชีวะอ่างทอง ไปหลายก้าว ที่ชิงออกคำชี้แจงที่ยิ่งทำให้เกิดความสับสนในหลายประการ ที่ว่า

เนื่องจากมีนักเรียนน้อย ประสบภาวะขาดทุน 

จากนั้น โยนลูกไปทางสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา มีหนังสือเวียนไม่ให้เปิดศูนย์และไม่มีการเรียนการสอนตามศูนย์แล้ว เพียงแต่ศูนย์ต่างๆที่เปิดก็ยังไม่ได้ปิด ยังดำเนินการปกติ เพียงรอการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)  

ถามว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการไปเปิดศูนย์การเรียนการสอนข้างนอก นี่คงไปเลียนแบบสถาบันอุดมศึกษา หารายได้กันแบบเนียนๆ ซึ่งน่าจะมีการร้องเรียนเกิดขึ้นใช่ไหม ถึงได้มีการสั่งห้ามก่อนเสียหายไปมากกว่านี้ 

แสดงว่า คงไม่เป็นเรื่องปกติธรรมดาในสถานศึกษาสังกัดสอศ.ซะแล้ว ควรได้มีการตรวจสอบกันต่อไปว่ามีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวที่ไหนอีกบ้าง อย่างบอกนะว่าไม่มี


ขณะเดียวกัน  ผู้บริหารวิทยาลัยฯก็มาเฉไฉเพื่อให้ดูดีมีคุณธรรม คือ จะจ่ายเงินชดเชยแก่นักเรียนภาคบ่าย ที่ยังไม่จบการศึกษา จำนวน 10,000 บาท 

ก็ไหนว่าขาดทุน แต่ยังมีเงินจะจ่ายให้อีกคนละ 10,000 บาท นี่นะ ชาวบ้านคงมึนกันพอสมควร อ้างขาดทุนต้องยุบเลิกแล้วยังมีเงินคืนให้อีก แสดงว่าน่าจะมีเงินเหลือพอสมควร

แต่เท่าที่รับทราบ รัฐบาลให้การสนับสนุนค่าเล่าเรียน อุปกรณ์ประจำตัว และค่าเดินทางสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นให้ได้เรียนวิชาชีพเพิ่มเติมเป็นรายหัว แต่ไม่ทราบว่าเหมารวมแล้วเท่าไร

แล้วยังเถไถไปอีกว่า วุฒิที่วิทยาลัยออกให้นั้น สามารถนำไปสมัครงานได้จริง ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนที่มีข่าวว่าข้าราชการลูกจ้างที่มาเรียนแต่เดิมไม่สามารถใช้วุฒิปรับขั้นได้ ตอนนี้ก็สามารถทำได้แล้วไม่มีปัญหาอะไร ยกอ้างอีกว่า ทางวิทยาลัยได้อธิบายทำความเข้าใจให้นักศึกษาตอนสมัครเรียนอีกด้วยว่า ไม่มีวิทยาลัยไหน ที่เรียน ปีเดียวจบ ตอนนี้ก็มีหลายคนไปเรียนตามวิทยาลัยอื่นๆ ที่ทางเราจัดหาให้แล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร

ยกอ้างเอาความดีให้เห็น ขณะที่คนมีปัญหา คือ เด็กที่เรียนและจบแล้ว ไม่ได้รับประกาศนียบัตรเตรียมอาชีวศึกษา (ป.ตอ.) เพื่อนำไปสมัครงาน และยังต้องกลับไปเริ่มต้นเรียนเอาวุฒิมัธยมมาให้ได้อีก เพราะผู้บริหารอาชีวะอ่างทองส่งสัญญาณให้เตรียมตัวในวันแรกที่ชี้แจง ที่ว่า

“นักเรียนที่กำลังเรียนอยู่กับวิทยาลัย ต้องโอนและเทียบหลักสูตรในการเรียนให้กับทางโรงเรียนในสังกัดสำนักคณะคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อรักษาสิทธิในการจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นให้กับนักเรียนอาชีวะ”

ตายละวา คราวนี้ ตายทั้งเผ่าเลย 

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนกลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวะ จังหวัดชัยนาท ได้เข้าร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” กับวิทยาลัยแล้ว

หมดกันกับความหวัง ในความพยายามของหลายรัฐบาล ที่ต้องการให้เด็กที่จบมัธยมศึกษาตอนต้นเห็นความสำคัญของการเรียนสายวิชาชีพ คือเรียนด้านอาชีวะ มีความก้าวหน้า มีอนาคต มีงาน มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ สามารถเป็นเถ้าแก่หรือเป็นเจ้าของกิจการ โดยใช้ความรู้ที่จบมาเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพโดยอิสระ ทำงานอยู่กับบ้านเกิด  ครอบครัวอบอุ่น ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใครให้ไกลบ้าน   

หมดกันกับความหวัง ที่มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ ประสานงานกับกระทรวงแรงงานและกระทรวงอุตสาหกรรม จัดให้มีระบบทวิศึกษาสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นให้ได้เรียนวิชาชีพเพิ่มเติม ขณะที่นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายสามารถเรียนสายสามัญควบคู่กับสายอาชีพ (ปวช.) โดยใช้เวลาเรียนเพิ่มขึ้น 1 ภาคเรียน เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับทั้ง 2 วุฒิ คือสายสามัญและสายอาชีพ

หมดกันกับเป้าหมาย ว่าจะเพิ่มนักเรียนอาชีวศึกษาที่เข้าร่วมโครงการนี้ให้ขยับมาอยู่ที่ 14,000 คน ภายในเวลา 2 ปี โดยจะเพิ่มทั้งจำนวนวิทยาลัยอาชีวศึกษาและสถานประกอบการ เนื่องจากนักเรียนและผู้ปกครองพากันหวั่นเกรงว่า จะถูกหลอกให้เข้าไปเรียนหรือไม่ 

ทั้งๆ ที่เป็นความพยายามเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดังกล่าวนี้ ได้ใช้เวลาและความอดทนนานหลายทศวรรษทีเดียวกว่าจะเห็นผล เนื่องจากทัศนคติของผู้ปกครองยังอยากเห็นลูกหลานเป็นเจ้าคนนายคน รับราชการ หรือทำงานที่ไม่ถูกเรียกว่ากรรมกร ผู้รับจ้าง ผสมกับข่าวคราวการทะเลาะวิวาทของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาอาชีวะที่มีแต่ความรุนแรงบ่อยครั้ง จึงทำให้ผู้ปกครองห่วงใยถึงสวัสดิภาพ จึงไม่อยากส่งลูกหลานเข้าเรียน

บทเรียนอันยิ่งใหญ่ที่มีวิทยาลัยอาชีวอ่างทองเป็นผู้สร้าง ต้นสังกัดคือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงไม่อาจปัดความรับผิดชอบนี้ได้ ควรเร่งหาทางตรวจสอบในสถานศึกษาที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน และต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาหาทางออกโดยเร็ว มิเช่นนั้นจะกลายเป็นการหลอกทั้งประชาชน ผู้ปกครอง นักเรียน ผู้ประกอบการ ให้หลงเชื่ออย่างไม่น่าให้อภัย 

ทำอย่างไงดีกับผู้บริหารสถานศึกษาที่ทำงานผิดพลาด และ คงไม่ใช่ความผิดที่ เลขาธิการ กอศ. คนปัจจุบัน จะต้องมารับไปเต็ม ๆ เนื่องมาจากเพิ่งมาใหม่ แต่เมื่ออยู่ในตำแหน่งกันแล้วต้องถือเป็นหน้าที่ เมื่อมีหน้าที่ก็ต้องมีความกล้าหาญที่จะต้องไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบในการตัดสินใจที่จะไม่ยอมให้ใครผู้ใดในความปกครองของตน ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

เหตุเกิดขึ้นครั้งนี้ เท่ากับเป็นการสะท้อนถึงความล้มเหลวในเชิงบริหารจัดการภายในองค์กรที่มีหน้าที่จัดการศึกษาสายอาชีพ นอกจากไม่สนองนโยบายรัฐ ที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญต่อการสร้างคนรับยุทธศาสตร์ชาติ ด้วยการเร่งปฏิรูปการศึกษาด้านอาชีวะ โดยประสานโรงงานและ อุตสาหกรรม เปิดพื้นที่เรียนวิชาชีพให้แก่นักเรียน ม.ต้น และ ม.ปลาย จบแล้วมีงานทำทันที 

ล่าสุด คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา (ฉบับที่..) พ.ศ. ...แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 เพื่อกำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการสามารถจัดการศึกษาสายอาชีวศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หลักสูตรประกาศนียบัตรเตรียมอาชีวศึกษาได้เพิ่มขึ้น เพื่อให้เป็นทางเลือกแก่เด็กและเยาวชนในการศึกษาต่อจากระดับประถมศึกษาตามความสนใจและความถนัดของตน 

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และส่งไปยังคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

เห็นความจริงใจตวามจริงใจจากรัฐบาลแล้วหรือยัง หากสถานศึกษาอาชีวะศึกษาไทย ยังมีผู้บริหารที่มีพฤติกรรมไร้ความรับผิดชอบ ทำงานแบบขายผ้าเอาหน้ารอดไปเป็นครั้งๆ ในลักษณะนี้ ยากที่จะทำให้สังคมเกิดศรัทธาต่ออาชีวะได้...!?! 


Tags : ข่าวการศึกษา นวัตกรรม สาธารณสุข วัฒนธรรม

view