Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ปี 2563 แนวลบการศึกษาของบ้านเมือง ส่งสัญญาณยังไม่เปลี่ยนแปลง

ปี 2563 แนวลบการศึกษาของบ้านเมือง ส่งสัญญาณยังไม่เปลี่ยนแปลง

เสวนากับบรรณาธิการ 4 กุมภาพันธ์ 2563

                                

ผ่านเข้ามาแล้วประมาณ 7 เดือนเต็ม ยังหาผลงานอะไรให้เห็นแบบโดนใจเต็ม ๆ สักชิ้นคงยาก ไม่ว่าปัญหาทุจริตสะสมซ้ำซากภายในหน่วยงานในสังกัดศธ.ที่ล้วนมีมากมาย ไม่ว่าโครงการเงินกู้ช.พ.ค.ต่างๆ ในสำนักงานสกสค. รวมถึงบัตรเครดิต และกู้ยืมหนี้นอกระบบ ทุจริตอาหารกลางวัน ปัญหาหนี้สินครู การทุจริตการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ในโครงการ Safe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การจ้างลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนในสังกัดสพฐ. ที่เรื้อรังยาวนาน ชนิดที่สังคมเฝ้าจับตาอยู่ทุกการเคลื่อนไหว 

มองการศึกษาผ่าน ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่มีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และ กนกวรรณ วิลาวัลย์  เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ร่วมคณะมาตั้งแต่ ต้นเดือนกรกฎาคม 2562 

แม้ว่าจะมีความเคลื่อนไหวในเชิงจิตวิทยาให้เป็นการรับรู้ว่าไม่นิ่งเฉยต่อการปราบทุจริต แต่ความคืบหน้าให้เห็นเป็นรูปธรรมนั้นไม่เห็น ทุกอย่างยังย่ำอยู่กับลีลาตามภาษาราชการ ตั้งกรรมการสอบชุดใหม่ขึ้นมาแล้ว มีประธานคนใหม่ อยู่ระหว่างการติดรวมรวมเอกสาร กำลังศึกษารายละเอียดเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

พลิ้วกันไปตามแนวถนัด ค่ายใครค่ายมัน

แต่เมื่อคิดถึงวันเวลาที่หายไปในช่วงประมาณ 210 วันที่ผ่านมา พอจะบอกถึงบางสิ่งบางอย่างกับโอกาสที่หายไป ได้มิใช่น้อยที่มีทั้งความน่าจะเป็นและความไม่น่าจะเป็น กับสังคมได้คาดหวังจะได้เห็นกับโอกาสที่ประเทศควรจะได้ผลงานดี ๆ จากนักการเมืองที่เข้ามาดูแลการศึกษา


จะเห็นได้จากหลังเข้าไปรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ มีการแห่แหนทยอยคิวหอบหิ้วช่อดอกไม้ กระเช้าผลไม้ เครื่องดื่มบำรุงสมอง ของบรรดาข้าราชการประจำในสังกัด ซึ่งแต่ละชิ้นราคามากกว่าค่าหัวเด็กนักเรียนทั้งปี เข้าแสดงความยินดีพร้อมฝากข้อคิดและความหวังอย่างคึกคักตลอดสัปดาห์ยาวไปถึงครึ่งเดือนก็มี


ขออนุญาตนำคำพูดสุดประทับใจในวันเข้ารับตำแหน่ง ณัฐพล ทีปสุวรรณ (ครูตั้น) ที่จับเอา 3 องค์กรหลักสำคัญในศธ. ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) มาดูแล ประกาศต่อหน้าผู้บริหารและข้าราชการศธ.ว่า


ผมไม่กลัว เสือ สิงห์ กระทิง อะไรทั้งนั้น

เพราะผมเป็นสิงโตที่ไม่เคยคิดที่จะเข้ามาแสวงหาประโยชน์อะไรจากที่นี่  
การทำงานในทุกกิจกรรมทุกโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการทำ
จะต้องมุ่งมองไปที่ประโยชน์ที่ลงถึงตัวผู้เรียนเท่านั้น
ผมจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู”

แหม เล่นเอาทุกคนหัวใจพองโตตูมตามอยากลุกขึ้นเต้น เป่านกหวีดตามไปด้วย

ถึงกระนั้น ก็ยังอดเป็นห่วงถึงความเป็นสิงโตที่อาจติดบ่วงการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก 5,447 โรงเรียน ปี 2563-2565 ที่มีคนชงให้ส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเงียบๆ กระทั่งมีมติให้ดำเนินการได้ แต่ก็ดูเหมือนไม่หวั่นไหวกับเสียงคัดค้านที่ดังรอบด้าน

เมื่อเป็นมติครม.ย่อมถอยไม่ได้แล้ว
จะเดินหมากเล่นเกมกันอย่างไง คงต้องจับตาดู

ขณะที่ คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช “คุณหญิงโค้ดดิ้ง” จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นั่งเก้าอี้เสมา 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รับผิดชอบดูแลสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

นโยบายแรกชัดเจน คือ นโยบายผลักดันโค้ดดิ้ง หวังเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตให้เป็นระบบ มีเหตุ มีผล จะเปิดอบรมครูสอนโค้ดดิ้งจำ 1,000 คน ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกับสอนนักเรียนในโรงเรียนที่มีความพร้อมในระดับประถมศึกษา 1-3 เป็นต้นไปพร้อมผลักดันภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ Coding เป็นภาษาที่ 3 ในหลักสูตรการศึกษาของไทยอย่างเป็นรูปธรรมเปิดนโยบายแนะนำวิธีการเรียนรู้ให้นักเรียนคิดเลขในใจตอนเช้า ท่องสูตรคูณ และท่องอาขยานก่อนกลับบ้าน จึงกลายเป็นเรื่องเม้าท์มอยในกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักวิชาการหลายสายพันธุ์ ที่ส่งสัญญาณโต้กลับพอสมควร 

ดีแต่ว่า คุณหญิงโค้ดดิ้ง ยังใจเย็นยิ้มหวาน
ก็เป็นที่เข้าใจได้ในคนต่างยุคต่างวัยที่ต้องมาอยู่ร่วมทางเดียวกัน

มาถึงคิว กนกวรรณ วิลาวัลย์ 'มาดามโอ๊ะ' จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ สร้างความตื่นเต้นหวาดเสียวได้มิใช่น้อย
เปิดตัวด้วยการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมทำหลักสูตรกัญชา บรรจุในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของทุกโรงเรียนตามนโยบายกัญชาเสรีของพรรคต้นสังกัด

พลันเกิดกระแสตีกลับไม่เอาด้วยชนิดขืนเดินหน้าต่อหมอคงไม่รับรักษา ต้องยอมถอย แต่ก็ยังส่งเรื่องไปที่สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ที่ตนเองกำกับดูแลไปดำเนินการ คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในปีการศึกษา 2563 นี้

ปิดท้ายด้วย สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการคนแรกแห่ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) คลอดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 เป็นลูกผสมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) และหน่วยงานด้านการวิจัย คือ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)


210 วันผ่านมา แรกนั้นดีใจว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)ได้เกิดสมค่าราคาคุย

แต่มา ณ วันนี้ คนในในครอบครัวใหญ่แห่งนี้ ต่างร้องกระจองอแง เหมือนเด็กขาดความอบอุ่น
หัวหน้าครอบครัวไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควรจะเป็น
หวังจะให้เป็นกระทรวงฯที่ตอบโจทย์การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของประเทศ
ให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกศตวรรษที่ 21
ตามแนวนโยบาย Thailand 4.0 น่าจะยาก

รุปแล้ว ผลงานการศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา นอกจากมีอาการน่าเป็นห่วงแล้ว อาจมีการเปลี่ยนตัวเล่นอีกไม่นานเกินรอ แต่ ยังไม่สายเกินไปที่จะปรับกระบวนการทำงาน เพื่อการศึกษาของบ้านเมือง

Tags : ข่าวการศึกษา เสวนากับบรรณาธิการ

view