Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

นวัตกรรม “แผ่นอะคูสติกจากผักตบชวา” ลดปัญหาเสียงก้อง

นวัตกรรม “แผ่นอะคูสติกจากผักตบชวา” ลดปัญหาเสียงก้อง


นวัตกรรม “แผ่นอะคูสติกจากผักตบชวา” ที่น่าภาคภูมิใจนี้ การันตีด้วยรางวัลต่างๆมากมาย เช่น รางวัลชนะเลิศความคิดสร้างสรรค์, รางวัลPopular Vote จากการประชุมวิชาการโครงงานวิศวกรรมเกษตรแห่งชาติ ครั้งที่ 24 และรางวัล 10 สุดยอดนวัตกรรม จากงาน KMITL Engineering Project Day 2018

เป็นไอเดียสุดคูลจาก 3 เมคเกอร์ นำโดย นายวัชร น้อยมาลา, นายพัชรพฤกษ์ ผาโพธิ์ และ นายพุทธิพงษ์ วงษ์บัณฑิต โดยมี ผศ.ดร.ประสันต์ ชุ่มใจหาญ ที่ปรึกษาโครงการ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

พวกเขามองเห็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากเสียงไม่ว่าจะเป็น เสียงที่ดังออกมานอกพื้นที่ เสียงที่ก้องและไม่ได้มาตรฐานในห้องเรียน ห้องประชุมขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันการแก้ไขปัญหามักจะนำแผ่นอะคูสติกที่ได้มาตรฐานมาติดตามผนังและเพดาน แต่แผ่นอะคูสติกนั้นมีราคาสูง ทำอย่างไรจึงจะสร้างเสริมคุณภาพเสียงในอาคารด้วยแผ่นดูดซับเสียงที่มีคุณภาพ ในราคาไม่แพง

ทั้งนี้ รศ.ดร.คมสัน มาลีสี คณบดีคณะวิศวลาดกระบัง สจล. เผยว่า ในหลายประเทศต่างมีกฎหมายและข้อบังคับในการสร้างอาคารต่างๆ จะต้องออกแบบให้มีวัสดุอุปกรณ์ดูดซับเสียง เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน คนทำงาน ผู้อยู่อาศัย ผู้มาใช้บริการ และสิ่งแวดล้อมของชุมชน ตลอดจน ลดมลภาวะทางเสียง

ขณะที่ประเทศไทยไม่มีกฏกติกา เสียง (Sound) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การสื่อสารและการบันเทิง เป็นคลื่นเชิงกลที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ และถูกส่งผ่านตัวกลางอย่างอากาศ มายังหู โดยเสียงสามารถเดินทางผ่านสสารในสถานะก๊าซของเหลวและของแข็ง

หากเสียงที่มีความดังเกิน 85 เดซิเบลจะเป็นผลเสียต่อการสื่อสารและสุขภาพ และสังคม ที่เรียกว่า มลภาวะทางเสียง อาคารที่ดีควรจะได้ออกแบบมาตั้งแต่ก่อนสร้างโดยให้มีการใช้วัสดุและระบบดูดซับเสียงที่เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละส่วนของอาคาร ไม่ใช่สร้างเสร็จแล้วจึงค่อยทำหรือแก้ไขตามมา เราจะมีค่าใช้จ่ายสูง นวัตกรรม “แผ่นอะคูสติกจากผักตบชวา” ตอบโจทย์ได้หลายด้าน

วัชร น้อยมาลา หรือ เบนซ์ เมคเกอร์ วัย 22 ปี บอกถึงแนวคิดในการนำผักตบชวามาสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมว่า พวกเราประสบปัญหาระหว่างการเรียนภายในห้องเรียน ที่มีแผ่นผนังเป็นไม้อัดผิวเรียบ เสียงพูดภายในชั้นเรียนจะสะท้อนไปมาภายในห้อง ทำให้คุณภาพเสียงที่ได้ไม่มีความชัดเจนส่งผลเสียแก่ผู้เรียน และการส่งสารระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารก็ผิดพลาด

“เราจึงศึกษาหาวัสดุมาทำนวัตกรรมแผ่นดูดซับเสียง และเห็นว่า ผักตบชวาเหมาะสมที่สุดเพราะเป็นวัชพืชหาง่าย ที่แพร่กระจายในแม่น้ำ ลำคลองอย่างรวดเร็ว กีดขวางการขนส่งและการสัญจรทางน้ำ ก่อให้เกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่ง จึงจุดประกายความคิดในการนำผักตบชวามาพัฒนาและแปรรูปให้เกิดประโยชน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ”

พุทธิพงษ์ วงษ์บัณฑิต หรือ เฟิส วัย 22 ปี หนึ่งในสมาชิกของทีมบอกว่า นวัตกรรมแผ่นดูดซับเสียงจากผักตบชวา มีจุดมุ่งหมายคือ ใช้กับห้องเรียน ห้องประชุม และห้องโถงขนาดใหญ่ ที่บรรจุคนได้ประมาณ 100–200 คน การผลิตแผ่นดูดซับเสียงจากผักตบชวามี 5 ขั้นตอน

ได้แก่ 1.นำผักตบชวาจากแหล่งน้ำ เลือกใช้เฉพาะส่วนต้นเนื่องจากมีปริมาณเส้นใยมากกว่าส่วนอื่น แล้วหั่นให้มีขนาดประมาณ 1 นิ้วเพื่อให้ความละเอียดของเส้นใยยึดเกาะกันมากกว่าผักตบชวาที่ไม่หั่น ความเป็นรูพรุนของวัสดุอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งเป็นคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับขึ้นรูปแผ่นดูดซับเสียง

2.นำผักตบชวาผสมกับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซน์ (NaOH) ไปต้มเป็นเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นโครงสร้างของผักตบชวาถูกปรับสภาพเป็นเส้นใย 3.นำเส้นใยของผักตบชวาไปล้างน้ำสะอาด 3-4 ครั้ง และนำเส้นใยที่สะอาดไปผสมกับสีผสมอาหาร และปูนซีเมนต์ โดยปูนซีเมนต์ที่ใช้ คือ 1%  หลังจากนั้นนำไปอัดลงในแม่พิมพ์ให้เต็มและกดด้วยวัสดุผิวเรียบบริเวณด้านบนของแม่พิมพ์

4.นำแม่พิมพ์ที่ผ่านการอัดเส้นใยไปอบด้วยเครื่องอบแห้งแบบลมร้อน ที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง และ 5.ขั้นตอนสุดท้าย คือการนำแผ่นวัสดุที่ได้ไปทดสอบหาค่าการสะท้อนกลับของเสียงเปรียบเทียบกับโฟมดูดซับเสียงมาตรฐาน

สำหรับวิธีการใช้งานแผ่นดูดซับเสียงที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ มีวิธีการง่าย ๆ คือ นำแผ่นดูดซับเสียงทากาวชนิดใดก็ได้และติดลงบนผนังตามขนาดที่ต้องการเพื่อป้องกันเสียงดังออกจากภายนอก และเสียงที่ได้รับก็มีมาตรฐาน

คุณสมบัติเด่นของแผ่นดูดซับเสียงจากผักตบชวา เมื่อเสียงเดินทางกระทบกับแผ่นดูดซับที่ทำขึ้นจากผักตบชวา เสียงจะสะท้อนและกระเจิงไปในทิศทางต่างๆ ซึ่งช่วยลดปัญหาการเกิดเสียงก้อง เนื่องจากผักตบชวามีเส้นใยที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับวัสดุดูดซับเสียงที่ได้มาตรฐานระดับสากลและนิยมใช้ตามห้องดนตรี

จากการทดสอบพบว่า แผ่นดูดซับเสียงจากผักตบชวาช่วยลดการทอนของเสียงมีค่าการทดสอบเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3 ในขณะที่ แผงไข่ และผนังไม้ค่าเฉลี่ยอยู่ 1.5 และ 2.3 ตามลำดับ (สำหรับค่าของวัสดุดูดซับเสียงมาตรฐาน เท่ากับ 1.0)

ปิดท้ายด้วย พัชรพฤกษ์ ผาโพธิ์ หรือ ดราฟ วัย 22 ปี หนึ่งในทีมนวัตกรรมนี้บอกว่า แผ่นอะคูสติกจากผักตบชวาสร้างคุณค่าเกิดประโยชน์ 4 ต่อด้วยกัน คือ 1.ช่วยแก้ปัญหาเสียงในอาคารที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงาน , ห้องซ้อมดนตรี , ธุรกิจบริการห้องอัดเสียง หรือ แม้แต่ผู้ให้บริการห้องประชุมใหญ่

2.นำสิ่งที่ไร้ค่ามาใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 3.ประหยัดต้นทุนการทำระบบดูดซับเสียง แผ่นดูดซับเสียงจากผักตบชวา มีราคาต้นทุนอยู่ที่ 14 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถูกกว่าแผงไข่ที่มีราคาต้นทุน 27 บาทต่อตาราเมตร

ที่สำคัญราคาถูกกว่าซื้อแผ่นดูดซับเสียงจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาสูงถึง 350 บาท/ตารางเมตร และ 4.ลดปริมาณวัชพืชขยะในแม่น้ำลำคลองช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

Tags : ข่าวการศึกษา นวัตกรรม สาธารณสุข วัฒนธรรม

view