Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

5 ปัจจัยเสี่ยง!ก่อปัญหาสุขภาพจิตยุคคนไทย 4.0

5 ปัจจัยเสี่ยง!ก่อปัญหาสุขภาพจิตยุคคนไทย 4.0


นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการเปิดอบรมพยาบาลในหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชทั่วไปและสาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น จำนวน 90 คน จากสถานบริการในเขตสุขภาพ สำนักอนามัยสังกัดกทม.กรมราชทัณฑ์ ที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กทม. เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า  

สุขภาพจิตเป็นเรื่องที่อยู่รอบข้างของคนเรา ขณะนี้สถานการณ์ปัญหามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลก ในส่วนของไทยผลสำรวจปัญหาสุขภาพจิตระดับชาติครั้งล่าสุดในปี 2556 พบว่าคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปมีโรคจิตเวช มีความผิดปกติของพฤติกรรมเสพสารเสพติด หรือมีปัญหาสุขภาพจิตในรอบ 12 เดือนของปีที่สำรวจร้อยละ 13.9 หรือมี 7 ล้านกว่าคนทั่วประเทศ

ผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมในยุคไทยแลนด์ 4.0 จะมีตัวแปรสำคัญ 5 ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น ได้แก่ 1.การเป็นสังคมผู้สูงอายุ เด็กเกิดน้อย วัยทำงานลดลง ขณะนี้มีผู้สูงอายุประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งจะมีผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพ มีโรคเรื้อรังประจำตัว ขาดคนดูแล มีความเหงา เศร้า  

2.ปัจจัยจากการใช้โลกโซเชียลมากขึ้น เป็นสังคมก้มหน้า เด็กและวัยรุ่นติดเกม ผู้ใหญ่เครียด 3.การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้คนไทยมีความอดทนต่ำ 4.ภาวะโลกร้อน ภัยพิบัติจากธรรมชาติ และ 5.คนไทยมีพฤติกรรมการเสพติดเพิ่มขึ้น เช่น ติดเกม ติดอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

เป้าหมายการพัฒนาสุขภาพจิตในยุคไทยแลนด์ 4.0 นี้ มุ่งเน้นให้ประชาชนไทยมีปัญญา อารมณ์ดี มีความสุข อยู่ในสังคมอย่างทรงคุณค่า ซึ่งในปี 2561 นี้ เน้นยุทธศาสตร์สร้างความเข้มแข็งระดับหมู่บ้าน ชุมชน ตำบลทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิต 

ได้มอบหมายให้ศูนย์สุขภาพจิตทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ อบรมพยาบาลประจำโรงพยาบาล (รพ.) ส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต.ที่มี 9,826 แห่งทั่วประเทศเป็นปีแรก อบรมแห่งละ 1 คน สามารถดำเนินงานส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในพื้นที่ได้ 

และอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. หลักสูตรเชี่ยวชาญสุขภาพจิตชุมชนให้มีอย่างน้อยตำบลละ 1 คน เป็นแกนหลักในการดูแลสุขภาพจิตของคนในชุมชน สามารถให้การปฐมพยาบาลจิตใจในภาวะวิกฤติ ดูแลสุขภาพจิตรายกลุ่มวัย ส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามบัญญัติสุข 10 ประการ และเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคจิตเวชเรื้อรังที่อยู่ในพื้นที่ ทำงานเชื่อมโยงกับ รพ.สต. 

โดยเฉพาะการค้นหาผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตตั้งแต่เนิ่นๆ เข้าสู่ระบบการดูแลรักษาก่อนมีอาการหนักรุนแรง โดยใช้เครื่องมือง่ายๆของกรมสุขภาพจิตในการค้นหา เช่นแบบตรวจคัดกรองโรคซึมเศร้า แบบคัดกรองความเครียด เครื่องตรวจและกระตุ้นพัฒนาการเด็กปฐมวัย เป็นต้น มั่นใจว่าจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยจิตเวชรายใหม่ลงได้มาก   

นอกจากนี้ ให้สำรวจปัญหาสุขภาพจิตระดับชาติให้ถี่ขึ้นจากเดิมสำรวจทุก 5 ปี ให้เป็นทุก 2 ปี และสำรวจสุขภาพจิตและความสุขคนไทยทุกเขตสุขภาพทุกปี เพื่อให้รู้เท่าทันสถานการณ์และปรับการทำงานให้เหมาะสม พร้อมทั้งให้พัฒนานวตกรรมองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทยอย่างน้อยปีละ 2 เรื่อง 

อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการดูแลรักษาผู้ป่วยจิตเวชทุกโรค เน้นหนักเพิ่มการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานและหายขาด ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้พัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับ เพิ่มความรู้ความชำนาญและความเชี่ยวชาญด้านโรคจิตเวชและสุขภาพจิต 

ในกลุ่มแพทย์ได้จัดทำหลักสูตรอบรมแพทย์ประจำบ้าน สร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแลรักษาผู้ป่วย อบรมเป็นเวลา 3 ปีที่ รพ.ศรีธัญญา และจัดหลักสูตรแพทย์เวชศาสตร์ป้องกันสุขภาพจิตชุมชนระยะสั้น เพิ่มพูนทักษะแพทย์ทั่วไปที่ประจำโรงพยาบาลชุมชนและเอกชน สามารถรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต เรียนภาคทฤษฏีและทำวิจัยปัญหาในพื้นที่ด้วย

ขณะนี้ อบรมใน รพ.จิตเวช 5 แห่ง ได้แก่ รพ.ศรีธัญญา, รพ.สวนปรุง, รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์, รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และ รพ.สวนสราญรมย์ ปีนี้ประมาณ 150 คน ที่ผ่านมาอบรมไปแล้วกว่า 200  คน

ส่วนพยาบาล ได้จัดหลักสูตรอบรมการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชให้พยาบาลในโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ หลักสูตร 4 เดือน ปีละประมาณ 300 คน อบรมใน รพ.จิตเวช  6 แห่ง เช่นที่ รพ.ศรีธัญญา, รพ.สวนปรุง, สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เป็นต้น

“ที่ผ่านมาอบรมไปแล้วประมาณ 3,000 คน จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคจิตเวชทั่วไปและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตในพื้นที่ต่างๆ ทุกจังหวัด ได้รับการดูแลรักษาเบื้องต้นใกล้บ้าน ในรายที่มีความรุนแรงจะมีระบบการส่งต่อเพื่อพบผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลจิตเวช 19 แห่ง” นต.นพ.บุญเรืองกล่าว

Tags : ข่าวการศึกษา นวัตกรรม สาธารณสุข วัฒนธรรม

view