Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

สธ.แนะวิธีเลี้ยงดูบุตรหลาน! ยุคสังคมโซเชียลระบาด

สธ.แนะวิธีเลี้ยงดูบุตรหลาน! ยุคสังคมโซเชียลระบาด


นายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล รองโฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เด็กไทยมีภาวะเริ่มอ้วนในเด็กวัยเรียน ร้อยละ 12.2 (ข้อมูลจาก HDC สนย, 2559) ที่มีสาเหตุเกิดจากเด็กรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่จากน้ำตาลหรือไขมันสูง โดยมีโปรตีน วิตามินหรือเกลือแร่ต่ำ หรืออาหารขยะ (junk food) และเด็กนิยมรับประทานของทอด ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ เพราะถูกปาก สะดวกง่ายในการรับประทาน ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดโรคอ้วน

ปัญหาที่พบสำหรับเด็กในปัจจุบัน คือ การเสพสื่อออนไลน์ของเด็กที่ต้องอยู่กับสื่อต่างๆ มากถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน เด็กในยุคปัจจุบันโตมากับเทคโนโลยี เรียนรู้การใช้งานมือถือได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นดาบสองคม

“ด้านลบ คือ ทั้งภาพ เสียง และการใช้ภาษาในสื่อออนไลน์เต็มไปด้วยคำพูดที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ส่งผลให้เด็กมีอาการก้าวร้าว เก็บตัวอยู่คนเดียว ไม่สุงสิงกับใคร และต้องการให้ตนเองเป็นที่ยอมรับในโลกสังคมโซเชียล”

ด้านนายชาญยุทธ พรหมประพัฒน์ ผู้อำนวยการกองสุขศึกษา กล่าวเสริมว่า ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญในการดูแลเด็กในวัยเรียน โดยให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติ เพราะเด็กวัยเรียนสามารถเรียนรู้ และจดจำสิ่งต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว

ซึ่งผู้ปกครองควรใส่ใจในการเลือกซื้ออาหารที่มีประโยชน์ เนื้อ นม ไข่ ให้เด็กรับประทานเพื่อเพิ่มโปรตีน และทานอาหารที่มีไขมันสำหรับเพิ่มพลังงานให้กับเด็ก รวมถึงผักผลไม้ที่ช่วยในการขับถ่าย 

ด้านการเสพสื่อ ควรสอนให้รู้ถึงข้อดีข้อเสียในการเสพสื่อ เพิ่มเวลาในการทำกิจกรรมนอกบ้าน นอกเหนือจากการเล่น smart phone บนมือถือ แต่ไม่ใช่ลักษณะของการห้ามเล่นมือถือ หรือว่ากล่าวที่ทำให้เกิดการอับอาย ยิ่งเป็นแรงเสริมทำให้เด็กมีอาการก้าวร้าว และทำให้เกิดการต่อต้าน

ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรพาเด็กออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือกีฬาที่เด็กชื่นชอบ ทำให้เด็กวัยเรียนพร้อมก้าวสู่โลกแห่งการเรียนรู้ ในการเปลี่ยนแปลงเพื่อเติบโตเข้าวัยหนุ่ม สาว ทีมีพื้นฐานทางร่างกายและสภาพจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรง

“ผู้ปกครองและเยาวชน สามารถศึกษาข้อมูลข่าวสารความรู้ด้านสุขภาพที่น่าสนใจได้ที่คลังความรู้ด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (healthydee.moph.go.th) หรือทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูป และเว็บไซต์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ” นายชาญยุทธกล่าว 

Tags : ข่าวการศึกษา นวัตกรรม สาธารณสุข วัฒนธรรม

view