Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

เตือน!ผู้ป่วยเบาหวาน ระวัง!เสียงเกิด“โรคสมองเสื่อม”เร็วขึ้น

เตือน!ผู้ป่วยเบาหวาน ระวัง!เสียงเกิด“โรคสมองเสื่อม”เร็วขึ้น

 

กรมสุขภาพจิต เผยพบผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีปัญหาสุขภาพจิตสูงกว่าคนทั่วไป 2 เท่าตัว โดยพบเป็นโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวลสูงถึงร้อยละ 30 ทำให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดแย่ลง ย้ำหากมีอาการเช่นเบื่อหน่ายชีวิต เหนื่อยใจ เหงาหงอย นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย ให้รีบพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ชี้หากปล่อยให้เกิดอาการต่อเนื่อง เสี่ยงเกิดโรคสมองเสื่อมได้เร็วขึ้น พร้อมย้ำเตือนประชาชน อย่าปล่อยให้มีความเครียดสะสม เสี่ยงเกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน     

ทั้งนี้ นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อมูลล่าสุดในปี 2558 ทั่วโลกมีรายงานผู้ป่วยโรคเบาหวานรวมจำนวน 415 ล้านคน มีกลุ่มเสี่ยงจะกลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่อีก 318 ล้านคน ในส่วนของประเทศไทยผลสำรวจสุขภาพคนไทยในปี 2557 มีคนป่วยเบาหวานประมาณ 5 ล้านคน

ซึ่งกรมสุขภาพจิตมีความเป็นห่วงการเกิดปัญหาซ้ำซ้อนโดยเฉพาะปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งในแง่ของโรคเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคทางจิตเวช และปัญหาทางจิตเวชบางอย่างก็เป็นปัจจัยทำให้การควบคุมเบาหวานได้ไม่ดี ส่งผลให้การรักษายุ่งยากขึ้น

ผลการศึกษาวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่าผู้ที่เป็นเบาหวาน มีโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพจิตถึงร้อยละ 14 มากกว่าประชาชนทั่วไปซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6 ส่วนใหญ่ร้อยละ 30 จะเป็นโรคทางอารมณ์ เช่นโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ป่วยขาดการใส่ใจดูแลตัวเองเช่นไม่กินยา ทำให้เบาหวานกำเริบ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ มีผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือดในสมอง จากปัญหาหลอดเลือดแข็งตัว ทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยง จะเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคสมองเสื่อมได้เร็วขึ้น 

“ขณะนี้กรมสุขภาพจิตเน้นการตรวจคัดกรองโรคซึมเศร้าในผู้ป่วยเบาหวานและโรคเรื้อรังอื่นๆ ด้วย เช่นโรคความดันโลหิตสูง ในสถานพยาบาลทุกระดับ เพื่อค้นหาปัญหาสุขภาพจิตได้อย่างรวดเร็ว และอบรมให้ความรู้อาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงที่อยู่ในชุมชนด้วย” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว 

ทางด้านนายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ จ.นครพนม กล่าวว่า ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียดสูงและผู้ที่มีความเครียดสะสมเรื้อรัง ก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้

เนื่องจากความเครียดจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา กระตุ้นร่างกายให้ปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบของน้ำตาล การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงตลอดเวลา ทำให้อินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เกิดภาวะร่างกายดื้ออินซูลิน ร่างกายไม่สามารถดูดซึมน้ำตาลในเลือดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อาจทำให้หลอดเลือดเสียหายได้ จึงขอแนะนำให้สลายความเครียดเช่น ออกกำลังกาย ฝึกการหายใจ หรือทำกิจกรรมที่หย่อนใจ เช่น ปลูกต้นไม้ ฟังเพลง เป็นต้น

ผู้ป่วยเบาหวานต้องมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเอง ทั้งร่างกายและจิตใจเป็นอย่างดี เนื่องจากโรคนี้รักษาไม่หายขาด จึงขอแนะนำดังนี้ 1.สอบถามเกี่ยวกับอาการและการรักษา กับแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลให้เข้าใจ จะทำให้เกิดความมั่นใจ คลี่คลายความกลัว ความกังวลโรคลงได้ 2.เข้าร่วมกิจกรรมที่ทางโรงพยาบาลจัดขึ้นร่วมกับเพื่อนผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานด้วยกัน ซึ่งจะมีโปรแกรมการฝึกการดูแลตนเอง การควบคุมอาหาร การสังเกตอาการที่เกิดจากภาวะน้ำตาลต่ำหรือสูงจนเกินไป การออกกำลังกาย การจัดการอารมณ์ตนเอง เป็นต้น จะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจดีขึ้น 

3.หากรู้สึกตึงเครียดทางอารมณ์ สามารถจัดการความเครียดไม่ให้สะสม เช่นฝึกหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าท้อง นั่งสมาธิ ฝึกการผ่อนคลาย สามารถทำอยู่ที่บ้านได้ตลอดเวลา  และ 4.หากรู้สึกว่าอารมณ์ตัวเองเปลี่ยนแปลงไป เช่น เบื่อหน่ายชีวิต นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวัน ขอให้รีบปรึกษา อสม.หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้ 

หรือสามารถโทรปรึกษาอาการเบื้องต้นที่หมายเลข 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสม    

Tags : ข่าวการศึกษา นวัตกรรม สาธารณสุข วัฒนธรรม

view