Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

มข.พัฒนาแอพฯ!CKD รักษ์ไต ดูแลผู้ป่วยไตวายแบบเรียลไทม์ แห่งแรกในไทย

มข.พัฒนาแอพฯ!CKD รักษ์ไต ดูแลผู้ป่วยไตวายแบบเรียลไทม์ แห่งแรกในไทย

รศ.ดร.บัณฑิต ถิ่นคำรพ ผู้อำนวยการศูนย์จัดการข้อมูลและวิเคราะห์ทางสถิติ (ธรรมศักดิ์) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า ในงานมหกรรมสุขภาพวันไตโลก ประจำปี 2560 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงพยาบาล (รพ.) ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เมื่อเร็วๆ นี้ มข.ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “CKD รักษ์ไต” อย่างเป็นทางการ

วิทยาการคนรุ่นใหม่ แอพพลิเคชั่น “CKD รักษ์ไต” ดังกล่าวนี้ ใช้สำหรับดูแลผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังโดยเฉพาะ ทั้งยังเป็นแอพพลิเคชั่นแรกในประเทศไทยที่มีการเชื่อมโยงกับข้อมูลของผู้ป่วยกับพยาบาลผู้ดูแลโดยตรง

ที่มาของการพัฒนาแอพพลิเคชั่น “CKD รักษ์ไต” เกิดจากวิสัยทัศน์ “50 ปี มข.คืนสู่สังคม” ที่ได้พัฒนาระบบดูแลกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี จนมีการต่อยอดร่วมกับกรมการแพทย์พัฒนาเป็นระบบ Thai Care Cloud ฐานข้อมูลสุขภาพและบริการทางการแพทย์อิเล็กทรอนิกส์

ซึ่งต่อมาทาง มข.เห็นว่า น่าจะมีการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยกลุ่มโรคที่เป็นปัญหาเพิ่มเติม ซึ่ง “โรคไต” เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้

ดังนั้น มข.จึงได้มีการรวมกลุ่มแพทย์เชี่ยวชาญโรคไต นำโดย รศ.พญ.ศิริรัตน์ อนุตระกูลชัย ในการทำงานร่วมกับศูนย์จัดการข้อมูลและวิเคราะห์ทางสถิติฯ เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยไตเรื้อรัง เน้นสิ่งที่ยังไม่เคยทำมาก่อน

จึงมองไปยังกลุ่มผู้ป่วยล้างไตผ่านช่องท้องที่ต้องล้างไตเองที่บ้าน มีประมาณ 2 หมื่นคนทั่วประเทศ แพทย์จะนัดติดตามรักษา 1-2 เดือนครั้ง ในระหว่างนั้นหากมีปัญหาหรือมีภาวะแทรกซ้อนกว่าจะรับทราบก็สายเกินไป

ในขณะที่พยาบาลเอง หนึ่งคนต้องติดตามดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังจำนวนมาก บางแห่งต้องดูแลผู้ป่วยถึง 600 คน ทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง จึงน่าจะมีระบบแบบ Real Time ให้พยาบาลติดตามผู้ป่วยผ่านทางหน้าจอได้ โดยผู้ป่วยหรือผู้ดูแลเป็นผู้กรอกข้อมูล เพื่อที่จะประสานกับแพทย์ทันทีเมื่อเกิดปัญหากับผู้ป่วย จึงเป็นที่มาแอพฯ CKD รักษ์ไตนี้

วิทยาการคนรุ่นใหม่ รศ.ดร.บัณฑิตให้ข้อมูลต่อว่า การจัดทำแอพพลิเคชั่น “CKD รักษ์ไต” นี้ มีความยากมาก เพราะมีเรื่องการรักษาความลับผู้ป่วยที่ต้องปลอดภัยสูงสุด ขณะเดียวกันยังต้องเชื่อมโยงกับข้อมูลผู้ป่วยบางส่วนที่มีอยู่แล้วในโรงพยาบาล การทำระบบดูแลผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ การเชื่อมโยงระบบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและระบบ Thai Care Cloud

โดยการใช้งาน พยาบาลจะเป็นผู้ตั้งโมบาย App ให้กับผู้ป่วย พร้อมชื่อและรหัสการเข้าระบบที่รู้ระหว่างพยาบาลและผู้ป่วยเท่านั้น และสอนวิธีการกรอกข้อมูลต่างๆ ในการล้างไตเพื่อนำเข้าสู่ระบบเพื่อใช้ในการติดตามผู้ป่วย 

“แอพฯ CKD รักษ์ไต ไม่ได้มีโหมดเฉพาะผู้ป่วยล้างไตผ่านช่องท้องเท่านั้น แต่ยังมีโหมดสำหรับการติดตามผู้ป่วยฟอกไตด้วยเครื่อง แม้ว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้จะต้องมารับการฟอกเลือดที่โรงพยาบาล 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ในช่วงระยะเวลา 2-3 วันนั้น อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นปัญหาได้ จำเป็นต้องมีการติดตามดูแลเช่นกัน”

เช่นเดียวกับโหมดผู้ป่วยกลุ่มเบาหวาน และความดันที่มีภาวะเสี่ยงไตวายเรื้อรัง ซึ่งคาดว่าทั่วประเทศมีประมาณ 70,000 คน และโหมดที่เปิดสำหรับประชาชนทั่วไปเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคไตวายเรื้อรัง เพื่อนำไปสู่การสร้างความตระหนักและป้องกัน

“รศ.ดร.บัณฑิต” การันตีเพิ่มเติมว่า แอพฯ CKD รักษ์ไต นับว่ามีประโยชน์อย่างมาก ไม่เพียงแต่กับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาระแพทย์และพยาบาลในการติดตามดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง อีกทั้งยังเป็นประโยชน์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการติดตามการจัดส่งน้ำยาล้างไตผ่านช่องท้อง, กระทรวงสาธารณสุขในด้านการจัดระบบดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ยังนำไปสู่การจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในประเทศ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลนำไปสู่การวิเคราะห์และพัฒนาการรักษาและดูแลผู้ป่วยต่อไปด้วย รวมทั้งในอนาคตยังอาจนำไปสู่การพัฒนาในรูปแบบปัญญาประดิษฐ์

แอพฯ CKD รักษ์ไตนี้ จึงนับว่าเป็นประโยชน์ระยะยาวต่อประเทศ ซึ่งล่าสุดยังได้รับรางวัลที่ 3 จากการประกวดโครงการ “Hackathon” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเส็ทส์ (MIT) ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา

ผอ.ศูนย์จัดการข้อมูลและวิเคราะห์ทางสถิติฯ มข.กล่าวตอนท้ายว่า เนื่องจากแอพฯ CKD รักษ์ไต เพิ่งเปิดตัวเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ทำให้ยังมีผู้ลงทะเบียนไม่มาก แต่จากการนำร่องในกลุ่มแพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลพื้นที่เขต 7 ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ รพ.ศรีนครินทร์, รพ.ขอนแก่น, รพ.ร้อยเอ็ด และ รพ.อุดรธานี (เขต 8) เป็นต้น

“ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับอย่างมาก เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ในการติดตามดูแลผู้ป่วยได้จริง” รศ.ดร.บัณฑิตกล่าวย้ำ

Tags : ข่าวการศึกษา แวดวงการศึกษา

view