Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

“Fall Detection V.1” นวัตกรรม!เตือนภัยผู้สูงวัย...ผลงานสุดล้ำ 2 น.ศ.เมคเกอร์ไทย

“Fall Detection V.1” นวัตกรรม!เตือนภัยผู้สูงวัย...ผลงานสุดล้ำ 2 น.ศ.เมคเกอร์ไทย

“จากสถิติมีคนไทยเสียชีวิตจากการลื่นล้มสูงเฉลี่ยถึงวันละ 6 คน ครึ่งหนึ่งเป็นผู้สูงอายุ และการลื่นล้มยังเป็นสาเหตุการตายสูงเป็นอันดับ 2 รองจากอุบัติเหตุทางถนน อีกทั้งอาการบาดเจ็บจากการล้ม มีอัตราความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความพิการและเสียชีวิต”

วิทยาการคนรุ่นใหม่ อันเป็นที่มาของ “Fall Detection V.1 เพื่อคนสูงวัย” นวัตกรรมดีเด่นแห่งปี ฝีมือคิดค้นของ 2 เมคเกอร์ (นักประดิษฐ์) ไทยวัยโจ๋ นายรัชพล แขมภูเขียว และ นายสุธีบูรณ์ ชูวิทยา สองนักศึกษาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

ซึ่งผลงานประดิษฐ์สุดล้ำชิ้นนี้สร้างประวัติการณ์คว้าถึง 2 รางวัล คือ รางวัลชนะเลิศ และรางวัล Popular vote จากงานประกวด Enjoy Science Young Maker Contest 2016 ที่มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 500 ทีม จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และองค์กรพันธมิตร เมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ รศ.ดร.คมสัน มาลีสี คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ให้ข้อมูลว่า ในโอกาสที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้เปิด 5 หลักสูตรวิศวอินเตอร์ ประกอบด้วย Innovative Civil Engineering, Chemical Engineering, Industrial and Management System Engineering, Biomedical Engineering และ Computer Innovation Engineering เพื่อตอบรับไทยแลนด์ 4.0 และเทรนด์โลกนั้น

“เรามีความยินดีกับนวัตกรรมหนึ่งเดียวของโลก Fall Detection V.1 ระบบเฝ้าระวังผู้สูงอายุ โดยใช้กล้องตรวจจับการล้มพร้อมการแจ้งเตือน ซึ่งเป็นผลงานสุดล้ำของ 2 นักศึกษานักประดิษฐ์ นายรัชพล และ นายสุธีบูรณ์”

วิทยาการคนรุ่นใหม่ นายรัชพล แขมภูเขียว เมคเกอร์นักศึกษาชั้นปีที่ 2 วิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวว่า ที่มาของนวัตกรรม Fall Detection V.1 มาจากประสบการณ์ตรงของเราทั้งสองคน คือคุณพ่อของผมลื่นล้มในครัว และคุณยายของนายสุธีบูรณ์เกิดการลื่นล้มในเวลากลางคืนเเล้วไม่มีคนอยู่บ้าน ไม่มีใครช่วยได้อย่างทันท่วงที ทำให้บาดเจ็บสาหัส

ซึ่งจากสถิติคนไทยเสียชีวิตจากการหกล้มกว่าปีละ 2,000 คน ซึ่งเป็นสาเหตุการตายสูงเป็นอันดับ 2 รองจากอุบัติเหตุทางถนน โดยมักเกิดกับผู้สูงวัยที่มีอายุระหว่าง 65-75 ปี และมีความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ

ปัญหาที่พบบ่อยของผู้สูงอายุที่ได้รับอุบัติเหตุลื่นล้ม คือ กระดูกสะโพกแตกหัก รวมไปถึงอุบัติเหตุทางสมอง ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงพิการและความเสี่ยงเสียชีวิตสูงมาก

โดยผู้ป่วยกระดูกหักจากการลื่นล้มที่บ้านเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ มักมีโรคประจำตัว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือดสูง โรคหัวใจ บางรายมีไตวายเรื้อรัง จึงทำให้การดูแลรักษาซับซ้อนมากขึ้น และขณะอยู่ในโรงพยาบาลก็เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ ปอดบวม ติดเชื้อในระบบต่างๆ

“เราสองคนจึงได้คิดค้น Fall Detection V.1 เป็นระบบเฝ้าระวังผู้สูงอายุ โดยใช้กล้องตรวจจับการล้มพร้อมการแจ้งเตือน แนวคิดหลัก คือ การเตือนภัยจากการล้ม โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ติดสัมผัสตัว จึงไม่เป็นภาระต่อการพกพาของผู้ป่วยและผู้สูงอายุ สามารถเตือนภัยได้ทุกเวลาโดยใช้หลักการของรังสีอินฟาเรด”

“รัชพล” กล่าวเพิ่มเติมถึงจุดเด่นและประโยชน์ของนวัตกรรม Fall Detection V.1 ว่า ระบบมีการเตือนภัยการล้มเเบบ Real time ทำให้ญาติหรือคนที่อยู่บริเวณใกล้ๆ เข้ามาช่วยได้อย่างทันท่วงที, สามารถดูวีดีโอการล้มย้อนหลัง หรือดูแบบ Real time ได้ เพื่อช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยในการแพทย์

วิทยาการคนรุ่นใหม่ สามารถวิเคราะห์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการล้มได้จากกราฟแสดงความเร็วการเคลื่อนที่ของข้อกระดูกทั้ง 26 ข้อ, ไม่เป็นภาระต่อการพกพาอุปกรณ์ของผู้สูงวัยและผู้ป่วย และเป็นการตรวจจับการล้มโดยไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้สูงวัยและผู้ป่วย

เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว ช่วยให้บุตรหลานที่ออกไปทำงานนอกบ้านเกิดความอุ่นใจ เมื่อมีเทคโนโลยีและการสื่อสารช่วยให้สามารถดูแลพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ในบ้านได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการคิดค้นนวัตกรรมชิ้นนี้ราว 15,000 บาท ปัจจุบันนวัตกรรม Fall Detection V.1 สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย ดังนั้น แผนการพัฒนาขั้นต่อไป คือการนำระบบเดิมรวมเข้ากับระบบการแจ้งเตือน ซึ่งนอกจากจะวัดการเต้นของหัวใจแล้ว ยังสามารถวัดอุณหภูมิของร่างกายได้อีกด้วย

“รัชพล” กล่าวทิ้งท้ายว่า การได้เข้าร่วมโครงการประกวด Enjoy Science : Young Maker Contest 2016 ทำให้ได้พัฒนาความสามารถและเป็นการท้าทายตัวเอง ซึ่งได้นำทฤษฎีและวิทยาการที่ได้ศึกษามาต่อยอดคิดค้นเพื่อแก้ปัญหา

“หากเรากล้าคิด กล้าทำ และตั้งใจ อะไรก็เป็นไปได้ในยุคที่เราจะก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0

ด้าน นายสุธีบูรณ์ ชูวิทยา เมคเกอร์นักศึกษาชั้นปี 1 วิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวเสริมถึงระบบการทำงานของนวัตกรรม Fall Detection V.1 โดยกล้อง Kinect v.2 ว่า

ระบบมีการปล่อยรังสีอินฟาเรดเเบบจุด เมื่อรังสีอินฟาเรดกระทบกับวัตถุ จะสะท้อนรังสีกลับมาที่กล้อง กล้องจะวัดระยะความลึกเเบบ Real Time 3D จากลักษณะเเนวเเกนลำตัวตามกระดูกสันหลัง โดยไม่ต้องติดสัมผัสกับตัวผู้สูงอายุหรือผู้พิการ สามารถทำงานได้แม้ในที่มืดสนิท และติดตั้งในห้องน้ำโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเห็นร่างกาย เพราะระบบจะตรวจจับโครงกระดูกเท่านั้น ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

วิทยาการคนรุ่นใหม่

“เมื่อเกิดการล้ม ระบบแจ้งเตือนผ่านเสียง Siren และข้อความ SMS ที่จะลิ้งค์กับ iSpyConnect Application สามารถดูภาพแบบ Real Time หรือภาพย้อนหลังผ่านมือถือได้ นอกจากนี้ จะมีกราฟวิเคราะห์ความรุนแรงที่เกิดจากการล้มที่เกิดขึ้นในแต่ละข้อต่อกระดูกอีกด้วย”

“สุธีบูรณ์” ยังกล่าวถึงการเข้ามาสู่วงการของเมคเกอร์หรือนักประดิษฐ์ว่า ในวงการเมคเกอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่มีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงโลกของเมคเกอร์กว้างขวางมาก มีตั้งแต่คนเขียนโปรแกรม เขียนเว็บไซต์ นักออกแบบ นักประดิษฐ์สิ่งของใช้ในชีวิตประจำวัน

ซึ่งโลกของนักออกแบบทำให้เห็นว่า โลกใบใหม่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์มากมาย มีประโยชน์ ทำให้เรานำมาพัฒนาต่อยอดผลงานของตัวเอง ได้แชร์ข้อมูลกับผู้อื่น และได้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นและสังคมด้วย

“เร็วๆ นี้ พวกเราจะนำนวัตกรรม Fall Detection V.1 ระบบเฝ้าระวังผู้สูงอายุจากการล้ม ไปแสดงในต่างประเทศ และชมงานระดับโลก MAKER FAIRE ที่ประเทศอังกฤษ” สุธีบูรณ์ ชูวิทยา กล่าวส่งท้าย

Tags : ข่าวการศึกษา แวดวงการศึกษา

view