Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

3 สาว มจธ. เจ๋ง!นำร่องใช้ App สร้างระบบแก้ปัญหาน้ำท่วม

3 สาว มจธ. เจ๋ง!นำร่องใช้ App สร้างระบบแก้ปัญหาน้ำท่วม


ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการระบายน้ำในท่อระบาย ซึ่งเป็นที่มาของ “ระบบพยากรณ์น้ำท่วม กทม. หรือ Bangkok Flood Prediction System ” โดยนางสาวญาณิศา พรหมเพ็ง (ฟ้า), นางสาวนันทหัย อินทร์บำรุง (หมิว) และนางสาวจารุวรินทร์ กาญจนกุลสิทธิ (มีนา)

3 นักศึกษาสาวจากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (SIT) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดยมี ผศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วราภรณ์ และ ผศ.ดร.วชิรศักดิ์ วานิชชา เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา 

ได้ร่วมกันคิดค้นพัฒนาขึ้นเพื่อพยากรณ์น้ำท่วม โดยอาศัยปัจจัยต่างๆ เช่น ปริมาณน้ำฝน ระยะเวลาที่ฝนตก รวมถึงตรวจสอบว่าภายในท่อระบายน้ำนั้น มีอุปสรรคปัญหาอะไร และให้ทราบปริมาณขยะภายในท่อได้อย่างแม่นยำ เพื่อช่วยในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการป้องกันแก้ไขได้ทันท่วงที

“ฟ้า” น.ส.ญาณิศา พรหมเพ็ง ให้ข้อมูลว่า แนวคิดนี้เกิดจากที่เรารับรู้อยู่แล้วว่า กรุงเทพฯประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปี ทั้งที่มีเครื่องสูบน้ำ แต่ทำไมการไหลของน้ำจึงระบายได้ช้า จึงลองมาสังเกตดูพบว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้น้ำท่วม แต่ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ ขยะที่อยู่ภายในท่อระบายน้ำ

ซึ่งขยะที่ติดค้างในท่อยังไม่มีเครื่องมือช่วยวัด ทำให้บางครั้งการคำนวณการไหลของน้ำคลาดเคลื่อน พวกเราจึงได้ร่วมกันคิดออกแบบและพัฒนาระบบพยากรณ์น้ำท่วม กทม. หรือ Bangkok Flood Prediction System ขึ้น โดยเลือกใช้พื้นที่อโศกเป็นโมเดลนำร่อง เพราะถือเป็นย่านใจกลางเมืองที่สำคัญของกรุงเทพฯ และมีพื้นที่ต่ำ

โดยระบบประกอบด้วย Web Appication และ Sensor โดยเฉพาะตัว “ไอดีอาร์ เซ็นเซอร์” จะเป็นตัวใช้วัดขยะที่อยู่ในท่อระบายน้ำ เพราะไอดีอาร์ เซ็นเซอร์ เป็นตัวที่วัดความเข้มของแสง ซึ่งถ้าความเข้มของแสงมากหรือมืด ค่าที่ออกมาจะสูง ถ้าความเข้มของแสงสว่างน้อย ค่าที่ออกมาก็จะน้อย

จุดนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทราบถึงปริมาณขยะหรือสิ่งอุดตันภายในท่อ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำว่ามากหรือน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะได้ดำเนินการกำจัดอุปสรรคได้ถูกจุดและรวดเร็ว ทันต่อการระบายของน้ำฝน 

ข้อมูลที่ได้จากระบบเซ็นเซอร์ เจ้าหน้าที่จะสามารถนำมาคำนวณเพื่อประเมินโอกาสที่อาจจะเกิดน้ำท่วมได้ โดยใช้ Web Appication ที่แสดงแผนที่ท่อระบายน้ำของแต่ละสาย เพียงกรอกข้อมูลของปริมาณน้ำฝน ระยะเวลาฝนตก และปริมาณขยะหรืออุปสรรคที่วัดได้จากชุดเซ็นเซอร์ ระบบก็จะคำนวณรวมกัน และทำงานร่วมกับระบบกูเกิ้ลเอพีไอ เซ็นเซอร์ก็จะวัดความสูงของขยะในท่อ ระดับน้ำในท่อและความสูงของพื้นที่เหลือเพื่อรองรับน้ำไหล ในแนวทางของ Internet of Things (IoT) อย่างอัตโนมัติ

และส่งข้อมูลที่ได้เข้ามายังระบบประมวลผลส่วนกลาง เพื่อทำการประมวลผลและแสดงผ่านทางหน้า Web Application เพื่อให้ทราบว่า จากปริมาณน้ำฝน ระยะเวลาที่ฝนตก และปริมาณขยะที่อยู่ในท่อระบายน้ำ มีโอกาสส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหรือไม่ ซึ่งทำให้พยากรณ์ได้ว่า พื้นที่บริเวณนั้นจะเกิดน้ำท่วมเท่าไหร่ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ต้องลงไปสำรวจภายในท่อด้วยตัวเอง

“สำหรับความแม่นยำของระบบ แน่นอนว่าตอนที่เราพัฒนา เรามีการทดสอบระบบอยู่แล้ว จากข่าวเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นมาตลอด ทั้งทำการทดสอบเซ็นเซอร์มากกว่า 300 ครั้ง ซึ่งได้ผลถูกต้องทุกครั้ง และได้ทดลองใช้ข้อมูลน้ำท่วมในอดีตที่ผ่านมา ก็พบว่าระบบที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถพยากรณ์น้ำท่วมได้ตรงตามที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีตได้อย่างแม่นยำ ถูกต้องทุกปี”

ด้าน “มีนา” น.ส.จารุวรินทร์ กาญจนกุลสิทธิ กล่าวเสริมว่า เป็นการประเมินเพื่อดูว่าปริมาณน้ำฝนเท่าไร ระยะเวลาที่ฝนตกเท่าไร รวมถึงระดับขยะในท่อเท่าไร ถึงจะส่งผลให้พื้นที่ไหนในบริเวณอโศกบ้างที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วม ท่วมเป็นปริมาณเท่าไหร่ และจะสามารถระบายน้ำท่วมนั้นได้ภายในระยะเวลาเท่าใด

อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังสามารถใช้ Web Appication คำนวณระยะเวลาในการระบายน้ำ เพื่อทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำมาเพิ่มเติม ถือเป็นการช่วยในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น โดยระบบจะจำลองภาพน้ำท่วมลงในแผนที่ให้เห็นได้อย่างชัดเจน

“นอกจากนี้ ยังได้พัฒนา Mobile appication สำหรับประชาชนที่ต้องการรับแจ้งเตือนหรือรายงานสถานการณ์น้ำท่วมจากเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานโดยตรง รวมทั้งประชาชนยังสามารถส่งข้อความแจ้งเหตุหรือรายงานสถานการณ์ที่เจอผ่าน Mobile application โดยการถ่ายรูปและใส่ข้อมูล ระบบก็จะจัดเก็บรายละเอียดของโลเคชั่นนั้นได้ด้วย”

ปิดท้ายด้วย “หมิว” น.ส.นันทหัย อินทร์บำรุง สมาชิกอีกคน กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า ระบบนี้จะเป็นประโยชน์มากสำหรับกรุงเทพมหานคร เพราะกรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงที่เราควรจะรักษาภาพลักษณ์ให้ดีที่สุด นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะมองภาพอย่างไรหากเกิดน้ำท่วม ซึ่งระบบพยากรณ์น้ำท่วมนี้ถือเป็นตัวนำร่อง สามารถนำไปต่อยอดและนำไปใช้งานได้จริงกับพื้นที่อื่นๆ ของประเทศได้ ดั่งสโลแกนของกลุ่มที่ว่า “We believe we can create a better livable city”

Tags : ข่าวการศึกษา แวดวงการศึกษา

view