Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

“สบส.” แนะ!ผู้ประสบอุทกภัย เร่งขัดล้างบ้านหลังน้ำลดใน 24-48 ชม. ป้องกันเชื้อรา

“สบส.” แนะ!ผู้ประสบอุทกภัย เร่งขัดล้างบ้านหลังน้ำลดใน 24-48 ชม. ป้องกันเชื้อรา


นายแพทย์ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ในฐานประธานศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาน้ำท่วมสถานพยาบาลและการสนับสนุนภาคประชาชนของกรม สบส. ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ขณะนี้คลี่คลาย มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เรื่องที่กรม สบส.ยังมีความเป็นห่วงผู้ประสบภัย มี 2 เรื่อง คือความมั่นคงปลอดภัยของอาคารบ้านเรือน และปัญหาเชื้อราขึ้นในบ้าน

ซึ่งจากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่ามีบ้านในพื้นที่ภาคใต้ที่ถูกน้ำท่วมครั้งนี้ รวม 584,643 หลังคาเรือน โดยบ้านที่น้ำท่วมขังนานกว่า 2 วันขึ้นไป จะมีโอกาสเกิดเชื้อราขึ้นได้ และหากบ้านมีเชื้อราขึ้น อาจก่อให้เกิดโรคในคนตามมา โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ

เช่น หากเป็นโรคภูมิแพ้ จะทำให้เยื่อจมูกอักเสบ มีอาการหอบหืด ระคายเคืองตา เป็นต้น หากเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคโลหิตจาง จะมีความเสี่ยงติดเชื้อเกิดโรคซ้ำซ้อนได้ โดยอาการป่วยขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อราและระยะเวลาที่สัมผัสกับเชื้อรา

จึงขอให้ผู้ประสบภัย รีบทำความสะอาด ขัดล้างพื้นและผนังบ้านให้เร็วที่สุดภายหลังน้ำลดลงแล้ว 24-48 ชั่วโมง ขณะทำความสะอาดให้ใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น สวมรองเท้าบูท ใส่ถุงมือยาง คาดหน้ากากอนามัย เปิดประตูหน้าต่างบ้านให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเท  

“ภายหลังขัดล้างแล้ว ทิ้งไว้ให้แห้ง หรืออาจใช้ไฟสปอตไลท์ส่อง เพื่อช่วยให้แห้งเร็วขึ้น หากพบว่าเชื้อราฝังแน่นตามผนังบ้าน ขัดไม่ออก ไม่ควรทาสีทับเลย เนื่องจากจะยิ่งทำให้อับชื้น เชื้อราจะเจริญเติบโตขยายพันธุ์ไปอีก ควรขูดสีและผิวผนังเดิมออก หากรากินลึกอาจต้องฉาบปูนใหม่ จากนั้นจึงทาสีทับภายหลัง” นพ.ประภาสกล่าว

ด้านนายนิรันดร์ คชรัตน์ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองแผนงาน กรม สบส. กล่าวเสริมว่า จุดที่มักมีเชื้อราขึ้นและซ่อนอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วม ได้แก่ ใต้พื้นกระเบื้อง บริเวณฝ้าเพดาน ท่อน้ำที่มีการรั่วซึม ใต้วอลล์เปเปอร์ เครื่องเรือนที่บุผนังด้วยไวนิล (Vinyl) ซึ่งจะแห้งแต่ภายนอก  แต่ภายในจะอับชื้น ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี 

ในการสังเกตว่ามีเชื้อราขึ้นในบ้านหรือไม่นั้น สามารถดูได้ 2 วิธี ได้แก่ การดูที่รอยเปื้อนที่ผนังบ้าน หากมีเชื้อราขึ้นจะเป็นจุดดำๆ ล้างด้วยน้ำไม่ออก และวิธีสังเกตจากกลิ่น กลิ่นของราจะเหม็นอับทึบ หรือเหม็นคล้ายกลิ่นดิน

หากสงสัยว่ามีเชื้อรา ขอให้ดำเนินการดังนี้ 1.ล้างขัดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรา สิ่งของที่ไม่สามารถกำจัดเชื้อราได้หมด ให้ทิ้งไปเลย โดยเฉพาะวัสดุที่มีรูพรุน ไม่สามารถชะล้างและทำให้แห้งได้ 2.ล้างพื้นบ้าน เครื่องเรือน เครื่องไม้ เตาอบ ผนังบ้าน ด้วยน้ำยาที่ใช้ในครัวเรือน หรือน้ำยาล้างผนังห้องน้ำ เพื่อขจัดเชื้อโรคเชื้อราที่ฝังตัวออกไป และ 3.สิ่งของที่ทำด้วยผ้าที่จมน้ำท่วม โดยเฉพาะเสื้อผ้า ภายหลังซักล้างแล้วให้นำมาต้มในน้ำเดือดฆ่าเชื้อก่อนนำมาใช้ 

สำหรับอาคารบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม หลังน้ำลดประชาชนควรตรวจสอบความปลอดภัย จุดที่มักได้รับความเสีย ได้แก่ ผนังและพื้นอาคารที่จมในน้ำ ซึ่งน้ำที่ท่วมจะมีแรงดันน้ำตามธรรมชาติ โดยหากระดับน้ำท่วมสูง 1 เมตร จะมีแรงดัน1,000 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ดังนั้น หากมีน้ำท่วม 1-2 เมตร อาจทำให้กำแพงแตกร้าว พังทลาย หรือพื้นรับน้ำหนักมากเกินไปจนแอ่นตัวได้ 

“หากตรวจแล้วพบว่า พื้นหรือกำแพงรั้วแอ่นตัว หรือทรุดตัว อาจจะใช้การไม่ได้ จะต้องดำเนินการเปลี่ยนใหม่ และควรตรวจสอบเสา หากพบมีรอยแตกร้าว เนื้อปูนกะเทาะออกมา ควรรีบปรึกษาวิศวกร เพื่อตรวจสอบ แก้ไขและซ่อมแซมโดยเร็ว” นายนิรันดร์กล่าว   

Tags : ข่าวการศึกษา แวดวงการศึกษา

view