Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

“บอร์ด สปสช.” จัดสิทธิประโยชน์ดูแลสุขภาพเด็กไทย

“บอร์ด สปสช.” จัดสิทธิประโยชน์ดูแลสุขภาพเด็กไทย


นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา รักษาการเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เผยว่า เด็กไทยเป็นทรัพยากรสำคัญที่สุด เพื่อนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาและความก้าวหน้า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้เห็นความสำคัญ จึงจัดชุดสิทธิประโยชน์ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนให้เด็กไทยมีสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ เติบโตเป็นประชากรอย่างมีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

โดยครอบคลุมการดูแลตั้งแต่ในครรภ์มารดา ทารกแรกเกิดจนถึงเด็กปฐมวัย ทั้งด้านการรักษาโรคทั่วไป โรคเฉพาะทางค่าใช้จ่ายสูง และการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ตามแนวเวชปฏิบัติและมาตรฐานบริการที่กำหนดโดยกรมวิชาการของกระทรวงสาธารณสุข ราชวิทยาลัย และสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง

ซึ่ง สปสช.ได้แบ่งสิทธิประโยชน์เด็กเป็น 2 กลุ่มวัย คือ กลุ่มเด็กเล็ก อายุ 0-5 ปี และกลุ่มเด็กโตและวัยรุ่น อายุ 6-24 ปี

โดยในกลุ่มเด็กเล็ก อายุ 0-5 ปี สิทธิประโยชน์จะรวมถึงทารกที่อยู่ในครรภ์ จะได้รับการดูแลตั้งแต่มารดาเข้ารับการฝากครรภ์ในครั้งแรกขณะที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และต่อเนื่องตามระบบฝากครรภ์คุณภาพจนถึงคลอด มีการประเมินความเสี่ยงของครรภ์ การให้วัคซีนคอตีบและบาดทะยัก การให้ยาเสริมธาตุเหล็ก กรดโฟลิก ไอโอดีน เป็นต้น และเมื่อคลอดทารกจะได้รับวิตามินเค วัคซีนป้องกันวัณโรค วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี หากแม่เป็นพาหะตับอักเสบบี จะได้รับวัคซีนป้องกันตับอักเสบบีอีก 1 เข็ม การคัดกรองภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ และการส่งเสริมให้กินนมแม่

จากนั้นในช่วงเด็กเล็กอายุ 1-18 เดือน เป็นช่วงวัยที่สมองและร่างกายของเด็กจะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว จึงเป็นช่วงที่ต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในช่วงวัยนี้ จึงเน้นที่การตรวจพัฒนาต่างๆ ของเด็ก เพื่อให้เหมาะสมและเป็นไปตามวัย อาทิ การตรวจสุขภาพ ประเมินการเจริญเติบโตของร่างกายที่ต้องเป็นไปตามช่วงวัย วัดรอบศีรษะเพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติของสมอง การเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ การตรวจสุขภาพในช่องปากและทาฟูลออไรด์วาร์นิช การให้ยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก ให้คำปรึกษาพ่อแม่ในการดูแลเด็ก รวมถึงการกระตุ้นพัฒนาการในกรณีพบเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า ไม่สมวัย

นอกจากนี้ ยังเน้นเฝ้าระวังและการป้องกันโรค โดยเฉพาะการให้วัคซีนป้องกันโรคต่างๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย อาทิ วัคซีนป้องกันวัณโรค วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ วัคซีนป้องกันคอตีบ บาดทะยักและไอกรน วัคซีนป้องกันตับอักเสบบี วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมัน และคางทูม รวมทั้งวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี เป็นต้น โดยจะมีการให้วัคซีนในบางรายการเพิ่มเติมตามช่วงอายุ เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพิ่มเติม

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวต่อว่า ส่วนกลุ่มเด็กโตและวัยรุ่น อายุ 6-24 ปี เป็นช่วงเริ่มเข้าสู่วัยเรียน ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะสนับสนุนการดูแลสุขภาพ “อนามัยโรงเรียน” เริ่มตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หากเด็กไม่เคยรับวัคซีนมาก่อนจะได้รับในช่วงนี้ ส่วนเด็กที่ได้รับวัคซีนมาแล้วตามช่วงอายุจะได้รับการกระตุ้นเพิ่มเติม ทั้งวัคซีนป้องกันวัณโรค วัคซีนป้องกันคอตีบ บาดทะยัก วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมัน และคางทูม รวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เป็นต้น

พร้อมกันนี้ จะได้รับการตรวจคัดกรองโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กจะได้รับยาเสริมธาตุเหล็ก แต่ในกรณีพบว่าเด็กมีโลหิตจางจากโรคอื่นๆ เช่น โรคธาลัสซีเมีย หากเป็นชนิดรุนแรงจะได้รับการส่งต่อเพื่อรักษา

ขณะเดียวกันเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ทุกคน ยังได้รับการคัดกรองและตรวจสุขภาพที่จำเป็นเพื่อนำไปสู่แก้ไขให้เด็กเติบโตอย่างสมวัย เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการของเด็ก ได้แก่ การประเมินภาวะโภชนาการ การคัดกรองเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างโครงการนำร่อง และการตรวจสุขภาพช่องฟัน การเคลือบหลุมร่องฟัน

ทั้งนี้ กรณีที่พบเด็กมีภาวะผิดปกติ เช่น อ้วนหรือผอมไป มีปัญหาสายตา พบภาวะฟันผุ คุณครูจะส่งต่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะสุขภาพทันเวลา ตามสิทธิการรับบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  

ส่วนกรณีพบเด็กที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ รวมถึงโรคค่าใช้จ่ายสูง ได้แก่ โรคเบาหวาน ไตวาย หอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หัวใจ หลอดเลือดสมอง และมะเร็ง สามารถรับการรักษาพยาบาลยังหน่วยบริการตามสิทธิภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้

“ตลอดระยะเวลา 15 ปี ของการดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ บอร์ด สปสช.ได้ให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพเด็กมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กไทยเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น โดยมีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและการพัฒนาการของเด็กให้เป็นไปอย่างสมวัย และเป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศ” รักษาการเลขาธิการ สปสช.กล่าว

Tags : ข่าวการศึกษา แวดวงการศึกษา

view