Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

สบส.เผยคนไทยวัย 15 ปีขึ้น มีพฤติกรรม “มือสะอาด” แค่ 1 ใน 4 เสี่ยงป่วยโรคทางเดินอาหาร

สบส.เผยคนไทยวัย 15 ปีขึ้น มีพฤติกรรม “มือสะอาด” แค่ 1 ใน 4 เสี่ยงป่วยโรคทางเดินอาหาร


นายแพทย์ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรม สบส.ได้ดำเนินการสำรวจพฤติกรรมการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป กระจายทั้ง 4 ภาค รวมทั้งในเขต กทม.และปริมณฑล เมื่อเร็วๆ นี้ เพราะการล้างมือเป็นพฤติกรรมสุขภาพที่กรม สบส.เร่งปลูกฝัง เนื่องจากเป็นวิธีการป้องกันโรคที่ประหยัด ให้ผลดีเป็นที่ยอมรับในระดับสากล   

แต่จากผลการสำรวจครั้งนี้ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 512 คน ผลปรากฏว่า มีกลุ่มตัวอย่างที่มีพฤติกรรมมือสะอาด คือล้างมือฟอกสบู่ติดเป็นนิสัย กระทำทุกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำห้องส้วม และก่อนรับประทานอาหาร เพียงร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 คนเท่านั้น

โดยผู้หญิงล้างมากกว่าผู้ชายประมาณร้อยละ 10 กลุ่มที่ล้างมากอันดับ 1 ได้แก่พนักงานบริษัท ร้อยละ 34 รองลงมาคือ นักเรียน นักศึกษา ร้อยละ 26 และกลุ่มว่างงาน ร้อยละ 24 โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือปฏิบัติมากที่สุด ร้อยละ 44 รองลงมาคือ ภาคเหนือ ร้อยละ 41 และ กทม./ปริมณฑล ร้อยละ 19    

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คืออีกร้อยละ 72 ล้างบ้างไม่ล้างบ้าง และไม่เคยล้างเลยร้อยละ 3 ซึ่ง 2 กลุ่มหลังนี้ มีความเสี่ยงติดเชื้อและแพร่เชื้อโรคต่างๆ ที่ติดมากับมือไปสู่คนอื่นได้ เช่น เชื้อโรคอุจจาระร่วง เป็นต้น ซึ่งโรคดังกล่าวพบได้ตลอดปีๆ ละ 1 ล้านกว่าราย 

สาเหตุของโรคนี้เกิดได้จากทั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่มีอยู่ในอุจจาระ เช่น อี.โคไล ซึ่งติดมากับมือและปนเปื้อนในอาหารและน้ำที่รับประทานเข้าไป ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการล้างมือและฟอกสบู่ 

ผลการศึกษาในต่างประเทศ พบว่าในอุจจาระของคนน้ำหนัก 1 กรัม จะมีเชื้อโรค 1 ล้านล้านตัว หากมีอุจจาระติดมือ เชื้อโรคก็จะติดมาด้วยและมีโอกาสก่อให้เกิดการเจ็บป่วยได้ มีผลการศึกษาเปรียบเทียบในต่างประเทศพบว่า หากไม่ล้างมือเลยจะตรวจพบเชื้อโรคบนมือได้มากถึงร้อยละ 44 หากล้างมือด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียว จะช่วยขจัดเชื้อโรคออกจากมือได้ประมาณร้อยละ 70 แต่หากล้างมือด้วยน้ำและฟอกสบู่ทั่วๆ ไป จะสามารถขจัดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงออกจากมือได้ถึงร้อยละ 92 ซึ่งให้ผลต่อการป้องกันโรคได้ดีพอๆ กับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

สำหรับการปลูกฝังพฤติกรรมการล้างมือฟอกสบู่นั้น ควรเริ่มในครอบครัว ผู้ปกครอง พ่อแม่ควรเริ่มสอนตั้งแต่อยู่ในวัยเด็กที่สื่อสารเข้าใจ ประการสำคัญที่สุดพ่อแม่ผู้ปกครองต้องเป็นแบบอย่างทำให้เด็กเห็น เด็กจะเกิดการเรียนรู้และจดจำโดยอัตโนมัติ ขณะที่การฝึกเด็กจะต้องสร้างบรรยากาศให้เป็นเรื่องสนุกที่เด็กๆ ชอบ และเมื่อทำสำเร็จแล้ว จะต้องมีคำชื่นชมเด็ก เมื่อเข้าสู่ระบบโรงเรียนก็จะมีการสอนเรื่องสุขบัญญัติ 10 ประการ ตอกย้ำให้เด็กเรียนรู้และลงมือปฏิบัติ ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างถูกต้อง 

นายแพทย์ประภาส กล่าวแนะนำด้วยว่า การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดถูกวิธีมี 7 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 ฝ่ามือถูกัน, ขั้นตอนที่ 2 ฝ่ามือถูหลังมือและนิ้วถูซอกนิ้ว, ขั้นตอนที่ 3 ฝ่ามือถูฝ่ามือและนิ้วถูซอกนิ้ว, ขั้นตอนที่ 4 หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ, ขั้นตอนที่ 5 ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบฝ่ามือ, ขั้นตอนที่ 6 ปลายนิ้วถูขวางฝ่ามือ และขั้นตอนที่ 7 ถูรอบข้อมือ        

“ทุกขั้นตอนทำ 5 ครั้ง สลับกันทั้ง 2 ข้าง ใช้เวลาไม่นานเพียง 10-20 วินาที หากประชาชนทุกคนล้างมือให้สะอาด มั่นใจว่าจำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินอาหารจะลดลง รวมทั้งลดโรคอื่นๆ ที่เชื้อติดมากับมือเช่นกัน เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ได้ด้วย”

 

Tags : ข่าวการศึกษา แวดวงการศึกษา

view