Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

“O-Bese-Gone” ลดน้ำหนัก ลดโรคด้วยนาฬิกาและแอพฯ ผลงาน 3 สาวนักศึกษา มจธ. ดีกรี! 2 รางวัลนวัตกรรม

“O-Bese-Gone” ลดน้ำหนัก ลดโรคด้วยนาฬิกาและแอพฯ ผลงาน 3 สาวนักศึกษา มจธ. ดีกรี! 2 รางวัลนวัตกรรม


วิทยาการคนรุ่นใหม่ โรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกิน เป็นปัญหาที่พบเห็นกันมากในปัจจุบัน สาเหตุหลักมาจากการบริโภคที่มากเกินไป และในอาหารแต่ละชนิดก็มีปริมาณแคลอรีที่ต่างกัน หากไม่สามารถควบคุมปริมาณแคลอรี่ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมได้หรือเผาผลาญไม่หมด ก็จะก่อให้เกิดภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วนได้ในที่สุด

แต่หากเราสามารถควบคุมแคลอรี่ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะส่งผลดีต่อการลดน้ำหนักได้

วิทยาการคนรุ่นใหม่ จากเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของการคิดค้นและพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า O-Bese-Gone ลดน้ำหนัก ลดโรคด้วยนาฬิกาและแอพพลิเคชั่นเพื่อสุขภาพ” ผลงานของ 3 สาวนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (SIT) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกอบด้วย น.ส.ณัฏฐิกา ศรีเกียรติวงศ์, น.ส.ธัญลักษณ์ ก้างออนตา และ น.ส.ณัฐวรรณ ภูพานใหญ่ โดยมี ผศ.ดร.พรชัย มงคลนาม และ ดร.วรรัตน์ กระทู้ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา 

น.ส.ณัฏฐิกา กล่าวว่า แนวคิดคือ ต้องการพัฒนา แอพพลิเคชั่นเพื่อการลดน้ำหนักและการดูแลสุขภาพ สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือผู้ที่มีความใส่ใจในการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ โดยแอพฯนี้ ประกอบด้วย อุปกรณ์ 2 ส่วน คือ นาฬิกาอัจฉริยะ (smartwatch) และโทรศัพท์มือถือระบบ android (smartphone) ชื่อว่า “O-Bese-Gone ลดน้ำหนัก ลดโรคด้วยนาฬิกาและแอพพิลเคชั่นเพื่อสุขภาพ”

ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์ในการช่วยในด้านการลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารอย่างถูกวิธี ตลอดจนการแนะนำกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม รวมไปถึงการดูแลสุขภาพในด้านอื่นๆ อีกด้วย

จุดเด่นคือ ระบบจะทำงานด้วยคำสั่งเสียงในการบันทึกข้อมูล แทนการบันทึกด้วยมือ ซึ่งเราได้ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน และยังเหมาะสมในการใช้งานได้ในทุกที่ทุกเวลา

วิทยการคนรุ่นใหม่

เหตุผลที่เราใช้นาฬิการ่วมด้วย เพราะบางทีมือถือก็ไม่สะดวกที่จะพกพาไปได้ด้วยทุกที่ แต่นาฬิกาถูกออกแบบให้ติดข้อมือไปได้ทุกที เราจึงได้ติดตั้งตัวรับคำสั่งเสียงลงไปในตัวนาฬิกา เพื่อให้สามารถบันทึกเสียงได้ ซึ่งเป็นการบันทึกอาหารที่เรารับประทานในแต่ละมื้อ แต่ละวันว่า เราทานไปเท่าไหร่ และยังใช้ในการนับก้าวเดิน ซึ่งก็จะไปแสดงผลเป็นตัวเลข และส่งข้อมูลไปยังที่มือถือแบบอัตโนมัติได้

“นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ยังมีฟังก์ชั่นอีกมากมายสำหรับการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะที่ได้รวบรวมไว้มาอยู่ในมือถือเครื่องเดียว” 

น.ส.ณัฏฐิกา อธิบายต่อว่า สำหรับการใช้งาน O-Bese-Gone ลดน้ำหนัก ลดโรคด้วยนาฬิกาและแอพพลิเคชั่นเพื่อสุขภาพนั้น ผู้ใช้งานสามารถสวมใส่นาฬิกาและพูดชื่ออาหารที่รับประทานลงในแอพฯ ด้วยคำสั่งเสียงบนนาฬิกา หลังจากนั้นชื่ออาหารเหล่านั้นก็จะปรากฏบนโสมาร์ทโฟน พร้อมกับจำนวนแคลอรี่ของอาหารชนิดนั้น และยังแสดงผลรวมของจำนวนแคลอรี่ที่ผู้ใช้งานได้รับประทานในแต่ละวันอีกด้วย รวมถึงยังสามารถตรวจนับจำนวนก้าวเดินของผู้ใช้งานในแต่ละวันได้อีกด้วย

“แต่ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่นนี้เป็นเพียงอุปกรณ์หรือตัวช่วยที่จะทำให้เห็นภาพตัวเลขของปริมาณแคลอรี่ที่เรารับประทานอาหารในแต่ละวันได้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น เพื่อเตือนให้เราควรจะเผาผลาญพลังงานส่วนเกินอย่างไรที่จะเหมาะสม จะได้ผลหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับการกระทำและวินัยเป็นหลัก เพราะเรื่องนี้ไม่สามารถพึ่งอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว” น.ส.ณัฏฐิกากล่าว

วิทยาการคนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม แม้แอพพลิเคชั่นนี้จะยังไม่ได้เปิดให้ใช้ทั่วไป เพราะยังเป็นเพียงผลงานต้นแบบสำหรับโปรเจคจบของ 3 สาวนักศึกษากลุ่มนี้ แต่ผลงานชิ้นนี้สามารถคว้ารางวัลจากเวทีการประกวดระดับชาติมาได้ถึง 2 เวที

คือ รางวัลชนะเลิศ สาขานวัตกรรมกิจกรรมทางกายและกีฬาเพื่อสุขภาพ จากโครงการประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 16 จัดโดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และยังได้ไปดูงานต่างประเทศที่งาน Taiwan International Science Fair 2017 (TISF 2017) ระหว่างวันที่ 5-11 กุมภาพันธ์ 2560

และล่าสุดยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในหมวด Tertiary Student จากโครงการประกวดผลงานด้านซอฟต์แวร์แห่งชาติประจำปี 2016 หรือ Thailand ICT Awards  (TICTA) 2016 จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย

ซึ่งจะมีการนำผลงานทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศไปร่วมประกวดระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ APICTA Awards 2016 ณ กรุงไทเป ไต้หวัน ซึ่งเป็นเวทีประกวดซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระหว่างวันที่ 2-5 ธันวาคม 2559 นี้ด้วย


Tags : ข่าวการศึกษา แวดวงการศึกษา

view