Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

เตือน!ขนมพ่นควัน เสี่ยงกระเพาะทะลุ สูดดมมากอาจขาดออกซิเจน

เตือน!ขนมพ่นควัน เสี่ยงกระเพาะทะลุ สูดดมมากอาจขาดออกซิเจน


ขนมควันทะลัก ปลอดภัยจริงหรือ ??

ปัจจุบันในธุรกิจอาหารมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ร่วมกับกระบวนการผลิตอาหารมากมาย ส่วนหนึ่งเพื่อเพิ่มความแปลกใหม่และดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ

จากการแชร์เรื่องราวทางสื่อออนไลน์ถึงการที่ร้านค้านำไนโตรเจนเหลวมาใช้ในการทำขนมเพิ่มอรรถรสในการกินด้วยการพ่นควัน พวยพุ่งออกอย่างสนุกสนาน แต่ก็มีกระแสข่าวที่บอกว่า เคยมีคนต่างชาติทานอาหารที่มีไนโตรเจนเหลวเข้าไปแล้วกระเพาะทะลุ

ล่าสุด ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้ให้คำแนะนำถึงเรื่องดังกล่าวว่า จริงๆ แล้วไนโตรเจนเป็นก๊าซที่ไม่มีอันตราย เพราะในอากาศที่เราหายใจกันอยู่มีปริมาณก๊าซไนโตรเจนสูงมากที่สุดถึง 79 เปอร์เซ็นต์

ส่วนไนโตรเจนเหลว ก็คือก๊าซไนโตรเจนที่ถูกทำให้อยู่ในรูปแบบละอองน้ำที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่พอสมควร ทำให้แสงผ่านไม่ได้เราเลยเห็นเป็นหมอกควันที่สัมผัสแล้วจะรู้สึกเย็นๆ เพราะมีความเย็นที่สูงมาก มีจุดเดือดที่จะเปลี่ยนจากของเหลวกลายเป็นไอที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส

จริงๆ แล้วการนำไนโตรเจนเหลวมาใช้กับอาหารไม่มีอันตรายเลย เพราะจะระเหยไปหมด ปัจจุบันนิยมนำมาใช้ในการถนอมอาหาร

แต่การใช้กับอาหารนั้น ต้องดูที่ความบริสุทธิ์ของไนโตรเจนเหลวที่ร้านค้านั้นเลือกซื้อมาใช้ เพราะมีหลายคุณภาพหลายราคา ไนโตรเจนเหลวที่บริสุทธิ์จริงๆ 99.99 เปอร์เซ็นต์ ราคาจะสูงและไม่มีสิ่งเจือปน แต่ถ้าเป็นไนโตรเจนเหลว 98 เปอร์เซ็นต์อาจจะมีสิ่งเจือปนอย่างอื่นที่เราไม่รู้ว่า เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่รวมอยู่ก็ได้

ดังนั้น ทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภคอาหารจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ว่า อะไรก็ตามที่เราใช้ สัมผัส และกินเข้าไป นั่นคืออะไร มีประโยชน์ หรือมีโทษอย่างไร เพื่อจะได้ระมัดระวัง และปฏิบัติให้เหมาะสม อย่างการทานอาหารที่มีส่วนผสมของไนโตรเจนเหลว สิ่งสำคัญคือต้องรอให้ควันของไนโตรเจนเหลวระเหยหมดไปเสียก่อน แล้วจึงรับประทาน

ดร.วรวรงค์ ยังได้เตือนผู้จำหน่ายและผู้บริโภคขนมในลักษณะดังกล่าว ใน 2 ประเด็น คือ การสัมผัสโดยตรงกับไนโตรเจนเหลวในขณะที่ยังเป็นของเหลว และการสูดดมก๊าซไนโตรเจนว่า 

ถ้าไนโตรเจนมาสัมผัสกับร่างกาย ผิวหนัง หรือเนื้อเยื่อภายในอวัยวะต่างๆ ในสถานะที่ยังเป็นของเหลวอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือจะทำให้ผิวหนังถูกเผาไหม้ คล้ายๆ กับการนำมือไปวางบนกระทะร้อนๆ ลองนึกภาพตามเหมือนกับเรานำหยดน้ำเพียงหนึ่งหยดใส่ลงไปในกระทะร้อนๆ น้ำก็จะระเหยหายไปในทันที แต่ถ้าเรานำน้ำหนึ่งแก้ว ซึ่งมีปริมาณมาก ขึ้นใส่เข้าไปในกระทะร้อนๆ น้ำจะไม่สามารถระเหยหมดในทันที

ฉะนั้น ถ้ามีน้ำที่ค้างอยู่บนกระทะที่ร้อนจัด ก็จะกลายเป็นอุณหภูมิที่เกิดการเผาไม้ เช่นเดียวกันกับไนโตรเจนเหลว ถ้าสัมผัสผิวหนัง หรือรับประทานเข้าไปในปริมาณมากๆ ในสถานะที่ยังเป็นของเหลวอยู่ ไนโตรเจนเหลวก็ไม่สามารถระเหยหายไปได้ในทันที ทำให้เกิดการเผาไหม้บริเวณผิวหนังได้ เรียกว่า Nitrogen Burn หรือการเผาไหม้จากไนโตรเจนเหลว

ส่วนการสูดดมก๊าซไนโตรเจนก็เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก ควันที่ระเหยออกมาของไนโตรเจนเหลวก็ไม่ควรสูดดมในปริมาณมาก เพราะในอากาศมีก๊าซไนโตรเจนสูงมากอยู่แล้ว ถ้าหากสูดดมเข้าไปเพิ่มอีกอาจทำให้ร่างกายของเรามีปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอ เพราะร่างกายของมนุษย์สร้างขึ้นมาให้รับไนโตรเจนในอากาศได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว และรับออกซิเจนเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

“หากยิ่งสูดดมไนโตรเจนเข้าไปมากขึ้นอีก จะส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจน หมดสติและเป็นอันตรายต่อสมองได้” ดร.วรวรงค์กล่าวเตือน



Tags : ข่าวการศึกษา แวดวงการศึกษา

view