Google+
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

อาจารย์คณะวิทย์ ม.รังสิต เตือนภัย!สารพิษตกค้างในผัก

อาจารย์คณะวิทย์ ม.รังสิต เตือนภัย!สารพิษตกค้างในผัก


ประเทศไทยจัดว่าเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีการเพาะปลูกพืช ผัก หลากหลายชนิดมีทั้งบริโภคในชีวิตประจำวันและส่งออกไปขายยังต่างประเทศ แต่ปัจจุบัน ผู้บริโภคประสบปัญหาเกี่ยวกับสารพิษที่ตกค้างในพืชผัก อันเนื่องมาจากการใช้สารเคมีเพื่อป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่ไม่เหมาะสม หรือการไม่ระมัดระวังของเกษตรกรเอง ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนหรือผู้บริโภค

ปัจจุบันสารกำจัดแมลงมีหลายชนิด กลุ่มที่นิยมใช้และมักพบได้บ่อยที่สุดก็คือ กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate) และกลุ่มคาร์บาเมต (Carbamate) เป็นกลุ่มที่มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Acetylcholinesterase (AChE) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีหน้าที่ย่อยสารสื่อประสาท Acetylcholine (Ach) ให้กลายเป็น Choline และ Acetic acid

ผลของการได้รับสารกำจัดแมลงกลุ่มนี้เข้าสู่ร่างกายจะทำให้มี สารสื่อประสาท ACh เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกายทำให้เกิดอาการต่างๆ อาทิ คลื่นไส้ อาเจียน มีการหลั่งสารคัดหลั่งมากกว่าปกติ กล้ามเนื้อกระตุก หัวใจเต้นช้าลง เป็นต้น

จากข้อมูลในปี พ.ศ.2558 เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้เปิดเผยข้อมูลการสุ่มตัวอย่างผัก 10 ชนิดที่คนไทยนิยมบริโภค โดยเก็บตัวอย่างผักในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบว่า โดยภาพรวมมีผักที่มีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐาน MRL (Maximum Residue Limits) ของกระทรวงสาธารณสุข ถึงร้อยละ 25 และพบว่าเป็นสารกำจัดศัตรูพืชที่มีอันตรายร้ายแรง 4 ชนิด ได้แก่ คาร์โบฟูราน (Carbofuran) เมโทมิล (Methomyl) เป็นสารเคมีในกลุ่มคาร์บาเมตและสารไดโครโตฟอส (Dicrotophos) และอีพีเอ็น (Ethyl p-nitrophenyl thionobenzenephosphonate; EPN) เป็นสารเคมีในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต

ล่าสุดในการศึกษาและสำรวจของ อาจารย์ปฐวีณ์กร เกษโกมล และคณะ (2559) จากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ศึกษาตรวจสอบหาสารพิษตกค้างในผักจากตลาด 5 แห่ง ในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี

ตัวอย่างผักที่เก็บ ได้แก่ คะน้า กะหล่ำปลี ต้นหอม สะระแหน่ และถั่วฝักยาว ชนิดละ 29 ตัวอย่าง รวม 145 ตัวอย่าง ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 แล้วนำไปทดสอบด้วยชุดตรวจสอบยาฆ่าแมลง/สารพิษตกค้าง "จีที" (GTPesticide Residual test kit) ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

พบว่า จำนวนตัวอย่างผักทั้งหมด 145 ตัวอย่าง ไม่พบสารกำจัดแมลงตกค้าง 45 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 31.03 ของจำนวนตัวอย่างทั้งหมด พบสารกำจัดแมลงตกค้างอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย 69 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 47.59 ของจำนวนตัวอย่างทั้งหมด และพบสารกำจัดแมลงตกค้างอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ปลอดภัย 31 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 21.38 ของจำนวนตัวอย่างทั้งหมด

ซึ่งตัวอย่างผักที่พบว่ามีสารกำจัดแมลงตกค้างอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยมากที่สุด คือ คะน้าและกะหล่ำปลี โดยมีค่าร้อยละเท่ากันคือ คิดเป็นร้อยละ 31.03 ของจำนวนตัวอย่างคะน้าและของจำนวนตัวอย่างกะหล่ำปลีทั้งหมด รองลงมาคือ สะระแหน่ คิดเป็นร้อยละ 24.14 ของจำนวนตัวอย่างสะระแหน่ทั้งหมด

สุดท้ายคือ ต้นหอม คิดเป็นร้อยละ 20.69 ของจำนวนตัวอย่างต้นหอมทั้งหมด ส่วนถั่วฝักยาว ตรวจพบสารกำจัดแมลงตกค้างอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย

ผลการศึกษาก็สอดคล้องกับข้อมูลของเครือข่ายเตือนภัยสารกำจัดศัตรูพืช ประจำปี 2558 ที่ได้มีการสุ่มตรวจสารเคมีตกค้างในผัก 10 ชนิดที่คนไทยนิยมบริโภค โดยพบว่า คะน้า มีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐาน MRL ของกระทรวงสาธารณสุขถึงร้อยละ 37.5 แต่ไม่พบสารเคมีตกค้างในกะหล่ำปลี ซึ่งต่างจากผลการวิจัยครั้งนี้ที่ตรวจพบ สารกำจัดแมลงตกค้างในกะหล่ำปลีในเกณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยมากที่สุดเช่นเดียวกับคะน้า แต่ไม่พบในถั่วฝักยาว

ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีความสอดคล้องกันเพียงบางส่วนเท่านั้น อาจเนื่องมาจากมีการสุ่มเก็บตัวอย่างผักในช่วงเวลาที่ต่างกัน



Tags : ข่าวการศึกษา แวดวงการศึกษา

view